แต่ในภาพรวมของการจัดหมวดหมู่หลักความเชื่อ (อะกีดะฮ์) ปรากฏทัศนะจำแนกที่หลากหลายแตกต่างกันไปตามเกณฑ์พิจารณา ไม่ว่าจะเป็นคติความเชื่อเรื่อง “กลุ่มชนที่รอดพ้น” (الفرقة الناجية), ความชอบธรรมของเสียงสะท้อนส่วนใหญ่ (السواد الأعظم) หรือระเบียบวิธีวิเคราะห์แบบไตรภาคี (Tripartite Classification) ที่ระบุว่าอะฮ์ลุซซุนนะฮ์ฯ ครอบคลุมสามกลุ่มหลัก ได้แก่ มหาชนอัชอาอิเราะฮ์, อัลหะนาบิลาฮ์ (หรืออัลอะษะรียะฮ์) และมาตูรีดียะฮ์ ตลอดจนการจำแนกเชิงญาณวิทยาออกเป็น ฝ่ายอะฮ์ลุลหะดีษ, ฝ่ายอะฮ์ลุนนะซัร อัลอักลีย์ (เน้นเหตุผลเชิงเทววิทยา) และฝ่ายอะฮ์ลุลวิจญ์ดาน วัลกัชฟ์ (เน้นประสบการณ์จิตวิญญาณสายซูฟีย์)
การจัดหมวดหมู่เหล่านี้ บ่อยครั้งมักหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดแนวโน้มในการอ้างสิทธิ์ความถูกต้องสมบูรณ์แต่เพียงผู้เดียว จนมองข้ามประเด็นข้อพิพาทปลีกย่อยที่เกิดขึ้นจริงภายในสำนักคิดเดียวกัน หรือพยายามอธิบายลดทอนความขัดแย้งเหล่านั้นให้กลายเป็นเพียงความขัดแย้งเชิงสำนวนภาษา (ลัฟซี) เพื่อรักษาภาพรวมของเอกภาพเอาไว้ ดังยุทธศาสตร์ที่ท่าน **อิหม่ามตาญุดดีน อัศศุบกีย์** ได้รังสรรค์ไว้ในบทกวีนูนียะฮ์อันเลื่องชื่อของท่าน
สิ่งที่น่าสนใจประการหนึ่งคือ แม้กระทั่งฝ่ายมุอ์ตะซิละฮ์เองในอดีต ก็เคยลุกขึ้นมาอ้างสิทธิ์ว่าพวกตนเป็นส่วนหนึ่งของอะฮ์ลุซซุนนะฮ์ วัลญะมาอะฮ์ เช่นกัน ดังหลักฐานในงานเขียนของกอฎี อับดุลญับบาร (เสียชีวิตปี ฮ.ศ. 415) หรือตำราที่มีชื่อว่า *“Al-Sunnah wa al-Jama'ah”* ของท่านอบุลกอศิม อัลกะอ์บีย์ อัลบัลคีย์ (เสียชีวิตปี ฮ.ศ. 319) ปราชญ์ฝ่ายมุอ์ตะซิละฮ์ แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้ออกนอกขอบเขตการพิจารณา บทความนี้จะมุ่งเน้นสำรวจสถาปัตยกรรมความคิดผ่านเรื่องเล่าที่สนับสนุนแนวคิดทวิภาคี (อัชอะรีย์-มาตุรีดีย์) ในฐานะสองด้านของเหรียญเดียวกันผ่านมุมมองบรรณานุกรมในประวัติศาสตร์
คลังบรรณานุกรมประวัติศาสตร์: รายชื่อตำราวิจัยข้อขัดแย้งระหว่างอัชอะรีย์และมาตูรีดีย์
การศึกษารวบรวมประเด็นข้อขัดแย้งระหว่างสองสำนักคิดหลักของซุนนีย์ ได้รับความสนใจจากนักวิจัยมาทุกยุคสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานการประมวลสถิติของ **ท่านซัยยิด บาฆจีวาน (Sayyid Bağcıvan)** ในงานตรวจชำระคัมภีร์ *Al-Masalik fi al-Khilafiyyat* ของท่านชัยค์ซาดะฮ์ (เสียชีวิตปี ฮ.ศ. 1130) ซึ่งได้ทำการรวบรวมรายชื่อตำราอิสระเอาไว้ถึง 20 เล่ม และผลงานอ้อมอีก 10 เล่ม โดยกองบรรณาธิการได้คัดสรรและประมวลรายชื่อผลงานชิ้นสำคัญตามลำดับเวลาเอาไว้ดังนี้:
| ชื่อตำราและบทความวิจัยอิสระ | ผู้ประพันธ์ / รจนา | บริบทและรายละเอียดเชิงประวัติศาสตร์ |
|---|---|---|
| 1. บทกวีนูนียะฮ์ (القصيدة النونية) | ตาญุดดีน อัศศุบกีย์ (d. 771 AH) | ผลงานเชิงกวีนิพนธ์เพื่อการศึกษาชิ้นแรก รวบรวมข้อขัดแย้งไว้ 13 ประเด็น |
| 2. Al-Ikhtilaf bayna al-Maturidi wa al-Ash'ari | ชัมสุดดีน อัลคิยาลีย์ (d. 875 AH) | เอกสารตัวเขียน (Manuscript) ภาษาตุรกี ณ หอสมุดสุลัยมานียะฮ์ |
| 3. Risalah fi al-Ikhtilaf bayna al-Asha'irah | อิบนุ กะมาล ปาชา (d. 940 AH) | รวบรวมประเด็นข้อขัดแย้งควบคุมไว้ 12 ประเด็น อธิบายเพิ่มโดย ดร.สะอีด ฟูดะฮ์ |
| 4. Risalah fi al-Farq... fi al-Kalam al-Nafsi | นูอีย์ ยะห์ยา อาฟันดี (d. 1007 AH) | เจาะลึกข้อพิพาทเรื่องคุณลักษณะดำรัสภายในจิต (กะลาม อันนัฟซีย์) |
| 5. Nazm al-Fara'id wa Jam' al-Fawa'id | อับดุรเราะฮีม ชัยค์ ซาดะฮ์ (d. 1137 AH) | ยอดตำราฝั่งหะนะฟีย์ รวบรวมข้อขัดแย้งไว้ถึง 40 ประเด็นอย่างเป็นระบบ |
| 6. Sharh al-Khilafiyyat bayna al-Ash'ari... | มุฮัมมัด บิน วะลีย์ (d. 1165 AH) | ประมวลและขยายความประเด็นข้อพิพาทขยายวงกว้างถึง 67 ประเด็น |
| 7. Al-Rawdah al-Bahiyยah fi ma bayna... | อบู อุซบะฮ์ อัลหะสัน (d. after 1172 AH) | จัดกลุ่มข้อขัดแย้งเป็น เชิงสำนวน (7 ข้อ) และ เชิงเนื้อหา (6 ข้อ) |
| 8. Af'al al-Ibad wa al-Iradah al-Juz'iyyah | มุฮัมมัด อัลกิรมานีย์ (d. 1174 AH) | เจาะลึกแกนการกระทำของมนุษย์และเจตจำนงย่อย (ภาษาตุรกี) |
| 9. Al-Uqd al-Jawhari fi al-Farq... | คอลิด ฎิยาอุดดีน อันนัคชะบันดีย์ (d. 1242 AH) | วิเคราะห์เปรียบเทียบเรื่องพละกำลังกุดเราะฮ์คู่ขนานในการกระทำ |
นอกจากนี้ยังปรากฏการบันทึกประเด็นข้อขัดแย้งผ่านทาง **“ตำราอ้อม” (Indirect Sources)** เล่มสำคัญในประวัติศาสตร์ เช่น ตำรา *Usul al-Din* ของท่านอบุลยุสร์ อัลบัซดะวีย์ (เสียชีวิตปี ฮ.ศ. 493) ปราชญ์สายมาตูรีดียะฮ์ที่จำกัดนิยามซุนนีย์ไว้จำเพาะกลุ่มตน, ตำราอรรถาธิบายฟิกฮ์อักบัร *Minah al-Rawd al-Azhar* ของท่านมุลลา อะลี อัลกอรีย์ (เสียชีวิตปี ฮ.ศ. 1014) ว่าด้วยคุณลักษณะแห่งการกระทำ, ตำราประวัติศาสตร์สังคม *Khitat al-Maqrizi* ของท่านอัลมักรีซีย์ (เสียชีวิตปี ฮ.ศ. 845) ที่ระบุว่าข้อพิพาทสิบกว่าประเด็นลงเอยด้วยการยอมรับและผ่อนปรนต่อกัน ตลอดจนยอดคัมภีร์ซูฟีย์กะลามอย่าง *Ithaf al-Sadah al-Muttaqin* ของท่านมุรตะฎอ อัซซะบีดีย์ (เสียชีวิตปี ฮ.ศ. 1205) ที่ยืนยันว่าปราชญ์ผู้ตรวจสอบความจริง (*มุหักกิกูน*) ของทั้งสองฝ่ายต่างปฏิเสธที่จะกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเป็นพวกอุตริกรรม (บิดอะฮ์) หรือหลงทิศ
แก่นแท้ของบทกวีนูนียะฮ์และการประนีประนอมเชิงอุดมการณ์
บทกวีนูนียะฮ์ของท่านอิหม่ามตาญุดดีน อัศศุบกีย์ นับเป็นความพยายามในรูปแบบกวีนิพนธ์เพื่อการศึกษาชิ้นแรกในหัวข้อนี้ โดยเนื้อหาขับเคลื่อนด้วยเจตจำนงเชิงประนีประนอมความเชื่อเพื่อประสานสองขั้วอำนาจแห่งเทววิทยาสุนนีย์ เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ **“แนวรบฝ่ายสุนนะฮ์”** เพื่อเผชิญหน้าหักล้างกับระบอบความคิดของฝั่งชีอะฮ์, มุอ์ตะซิละฮ์ และกลุ่มนักปรัชญาสสารนิยม ท่านอัศศุบกีย์จึงมุ่งมั่นปกป้องรากฐานทางเทววิทยาของฝ่ายซุนนีย์อย่างสุดความสามารถ และใช้กลยุทธ์โดยนัยด้วยการหยิบยกประเด็น “ความขัดแย้งย่อยภายในมัซฮับอัชอะรีย์เอง” (เช่น ข้อพิพาทเรื่องคุณลักษณะบะกออ์, วุญูด และปมคำนิยามระหว่าง นาม-อิสม์ กับ สิ่งถูกเรียก-มุสัมมา) ขึ้นมาฉายแสดง เพื่อชี้ชวนให้ปราชญ์ทั้งสองฝ่ายตระหนักว่า ในเมื่อเราสามารถยอมรับความเห็นต่างภายในมัซฮับตนเองได้ ย่อมสิทธิ์ชอบธรรมที่จะยอมรับความขัดแย้งระหว่างอัชอะรีย์-มาตูรีดีย์ได้เช่นกัน โดยท่านเน้นย้ำถึงหลักการ **“การละเว้นจากการตักฟีรและตับดีอ์ต่อผู้เห็นต่างภายในสายสุนนีย์”**
สิ่งที่น่าทึ่งคือ ในเชิงวรรณศิลป์ประวัติศาสตร์ มีข้อ สันนิษฐานทางวิชาการที่แน่นหนา (ได้รับการรับรองโดยถ้อยคำของท่านอัซซะบีดีย์ในหนังสือ *Ithaf*) ว่า **บทกวีนูนียะฮ์ของตาญุดดีน อัศศุบกีย์ (ความยาว 143 บท) ถูกรจนาขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่โต้ตอบโดยนัยต่อบทกวีนูนียะฮ์ความยาวกว่า 6,000 บทของท่านอิบนุ ก็อยยิม อัลเญากิยยะฮ์** ปราชญ์สายฮัมบาลีย์ผู้ซึ่งโจมตีแนวทางกะลามของอัชอาอิเราะฮ์อย่างรุนแรงและตราหน้าว่าเป็นพวกญะฮ์มียะฮ์ โดยคดีความข้อนี้ได้รับการโต้กลับโดยตรงจากท่านอิหม่ามตะกียุดดีน อัศศุบกีย์ (ผู้เป็นบิดา) ผ่านตำราหักล้างศัสตราวิชาการชื่อ *Al-Sayf al-Saqil fi al-Radd 'ala Ibn Zafil*
ตารางแยกแยะข้อขัดแย้ง 13 ประเด็นในบทกวีนูนียะฮ์
ท่านอิหม่ามตาญุดดีน อัศศุบกีย์ ได้ทำการจำแนกประเด็นข้อขัดแย้งระหว่างสำนักคิดอัชอะรีย์และมาตูรีดียะฮ์ (หะนะฟีย์) ออกเป็น 13 ประเด็นหลัก โดยแบ่งโครงสร้างออกเป็น **ข้อขัดแย้งเชิงสำนวนภาษา 7 ประเด็น** และ**ข้อขัดแย้งเชิงเนื้อหาอุดมการณ์ 6 ประเด็น** ดังตารางจำแนกรายละเอียดต่อไปนี้:
| หมวดหมู่ข้อขัดแย้ง | ลำดับ | รายละเอียดสารัตถะแห่งข้อพิพาททางเทววิทยา |
|---|---|---|
| ก. ข้อขัดแย้งเชิงสำนวนภาษา (Verbal Disputes — 7 ประเด็น) |
1 | การทำอิสติษนาอ์ในอีหม่าน: การกล่าว “อินชาอัลลอฮ์” (หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์) ต่อท้ายการยืนยันศรัทธาของตนเอง |
| 2 | สภาวะความสุขและความทุกข์บั้นปลาย: ประเด็นผู้ที่ถูกกำหนดให้เป็นชาวสวรรค์จะกลายเป็นชาวนรกได้หรือไม่ในเชิงกาลเวลา | |
| 3 | ความโปรดปรานต่อผู้ปฏิเสธ: สิ่งดีงามทางโลกที่ผู้ปฏิเสธศรัทธาได้รับจัดเป็นความโปรดปราน (นิอ์มัต) แท้จริงหรือเป็นเพียงการล่อลวง (อิสติพดร็อญ) | |
| 4 | สถานะนบูวัตหลังสิ้นชีพ: สภาวะการคงอยู่ของตำแหน่งศาสนทูตหลังการเสียชีวิตของท่านศาสดา (ประเด็นข่าวลือโจมตีฝั่งอัชอะรีย์) | |
| 5 | เจตจำนงกับความพึงพอพระทัย: เจตจำนง (อิรอดะฮ์) ของอัลลอฮ์ จำต้องผูกติดผสานเป็นเนื้อเดียวกับความรักและความพึงพอพระทัยของพระองค์เสมอไปหรือไม่ | |
| 6 | ศรัทธาของมุก็อลลิด: สถานภาพความสมบูรณ์และข้อชี้ขาดทางศาสนาต่อการศรัทธาของผู้ออกตัวเชื่อตามพวกรุ่นก่อนโดยไร้เครื่องมือขุดค้น (มุก็อลลิด) | |
| 7 | กัสบ์ กับ อิคติยาร: เส้นแบ่งระหว่างพฤติกรรมการขวนขวายรองรับแรงกระทำของมนุษย์ (กัสบ์) กับเสรีภาพการเลือกย่อย (อิคติยาร) | |
| ข. ข้อขัดแย้งเชิงเนื้อหา (Substantial Disputes — 6 ประเด็น) |
1 | ประเด็นสัญญาและการเตือน (อัลวะอ์ดู วัลวะอีด): ความเป็นไปได้ในทางสติปัญญาว่าอัลลอฮ์จะทรงลงโทษผู้ภักดีหรือประทานรางวัลแก่ผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ |
| 2 | ที่มาของภาระบังคับในการรู้จักพระเจ้า: หน้าที่การรู้จักอัลลอฮ์ถูกบัญญัติบีบคั้นด้วยข้อบังคับแห่งตัวบทชะรีอะฮ์หรือด้วยตัวสติปัญญาโดยธรรมชาติ | |
| 3 | คุณลักษณะแห่งการกระทำ (ศิฟาต อัลอัฟอาล): สภาวะคุณลักษณะการสร้างสรรค์ (ตักวีน) เป็นสิ่งมีมาแต่เดิมดั้งเดิม (เกาะดีม) หรือถูกสร้างขึ้นใหม่ (มุห์ดัษ) | |
| 4 | สถานะตัวอักษรในคัมภีร์กุรอาน: ตัวอักษรและสุ้มเสียงที่ถูกอ่านออกมาคือเนื้อแท้ตัวตนของดำรัสแห่งพระผู้เป็นเจ้าหรือไม่ | |
| 5 | การบังคับเกินขอบเขตความสามารถ: ความชอบธรรมในทางเทววิทยาเรื่องการที่พระเจ้าจะสั่งใช้มนุษย์ในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในทางกายภาพ (*ตักลีฟ มา ลา ยุฏอก*) | |
| 6 | ขอบเขตการมะอ์ศูมของบรรดานบี: ความเป็นไปได้ในการตกหล่นกระทำบาปเล็กที่ไม่เสื่อมเสียเกียรติภูมิขององค์ศาสดาพยากรณ์ |
บทอรรถาธิบายของอัชชีรอซีย์และระเบียบวิธีประวัติศาสตร์
บทกวีนูนียะฮ์ชิ้นนี้ได้รับการอธิบายขยายความอย่างละเอียดลออโดยลูกศิษย์และสหายสนิทของท่านอัศศุบกีย์ คือ **ท่านนูรุดดีน มุฮัมมัด อัชชีรอซีย์ อัชชาฟิอีย์** (เสียชีวิตหลัง ฮ.ศ. 758) ซึ่งตัวท่านตาญุดดีน อัศศุบกีย์ ได้บันทึกยกย่องความปราชญ์ของผู้อรรถาธิบายท่านนี้ไว้ในบทนำคำสอนว่าเป็น *“ชัยค์ อิมาม อัลอัลลามะฮ์”* ปัจจุบันคลังต้นฉบับเอกสารตัวเขียนชิ้นประวัติศาสตร์ของบทอรรถาธิบายนี้ถูกเก็บรักษาไว้ ณ หอสมุดแห่งชาติอียิปต์ (Dar al-Kutub) และได้รับการชำระจัดพิมพ์สู่วงวิชาการร่วมสมัยใน 2 สำนวนหลัก คือ สำนวนชำระโดย มะห์มูด บิน ญะวาด และสำนวนชำระโดย มุฮัมมัด บากิร วัยส์
ข้อมูลเชิงลึกทางประวัติศาสตร์ชี้ชัดว่า ท่านอิหม่ามตาญุดดีน อัศศุบกีย์ มีอายุขัยที่สั้นมากเพียง 44 ปี (ฮ.ศ. 727–771) การคำนวณไทม์ไลน์ระบุว่าท่านอัชชีรอซีย์ได้เดินทางเข้ามาพำนักศึกษาวิชากับท่านอัศศุบกีย์ ณ นครดามัสกัสในปี ฮ.ศ. 757 เป็นเวลาประมาณปีครึ่ง บ่งชี้ว่าท่านอัศศุบกีย์ได้ทำการประพันธ์รจนาบทกวีนูนียะฮ์ชิ้นเอกข้อนี้ขึ้นมาตั้งแต่ในขณะที่ตัวท่านมีอายุได้เพียง **30 ปี** เท่านั้น ยืนยันถึงความเป็นอัจฉริยะล้ำเลิศทางปัญญาของท่านตั้งแต่วัยหนุ่ม และตัวบทอรรถาธิบายชิ้นนี้ได้กลายมาเป็นคลังฐานข้อมูลหลักที่ปราชญ์อุละมาอ์ยุคหลัง (เช่น ท่านอบู อุซบะฮ์ ในคัมภีร์ *Al-Rawdah al-Bahiyyah*) นำไปใช้คัดลอกรายงานขยายความแบบคำต่อคำในเวลาต่อมา
บทสรุป
สถาปัตยกรรมความคิดทางเทววิทยาผ่านบทกวีนูนียะฮ์ของท่านอิหม่ามตาญุดดีน อัศศุบกีย์ เป็นสิ่งยืนยันว่ารอยต่อความเห็นต่างระว่างอัชอะรีย์และมาตูรีดียะฮ์ หาใช่เนื้อหาความขัดแย้งเชิงทำลายล้างที่มุ่งผลักไสอีกฝ่ายให้หลุดพ้นจากความเป็นสุนนีย์ หากแต่เป็นเสมือนความหลากหลายเชิงมุมมองภายใต้ร่มใหญ่ของมัซฮับเหตุผลนิยมสากล ที่ร่วมกันหยัดยืนสยบคำลวงของพวกวัตถุนิยมและอักษรนิยมสุดโต่ง เพื่อสถาปนาเอกภาพอันงดงามค้ำจุนอุมมะฮ์สืบไปถาวร
- السبكي، تاج الدين عبد الوهاب. طبقات الشافعية الكبرى. ذكر القصيدة النونية في مسائل الخلاف. دار إحياء الكتب العربية، القاهرة.
- الشيرازي، نور الدين محمد. شرح قصيدة السبكي النونية في بيان الاختلاف بين الأشعرية والماتريدية. تحقيق محمد باقر أحمد عز الدين ويس. دار الفتح، عمان.
- شيخ زاده، عبد الرحيم بن علي. نظم الفرائد وجمع الفوائد في الأدلة والعقائد. مطبعة الميمنية، مصر، ١٣٢٣هـ.
- الزبيدي، مرتضى. إتحاف السادة المتقين بشرح إحياء علوم الدين. دار الكتب العلمية، بيروت.
- คลังสำรวจเอกสารวิชาการ มَّرْكَزُ الْإِمَامِ الْأَشْعَرِيِّ لِتدْوِينِ الْبُحُوثِ الْعَقَدِيَّةِ، ٢٥hex.