เนื่องด้วยเกณฑ์จริยธรรมความสำรวมตนทางศาสนาอันสูงส่ง (หลักพิจารณาวะเราะอ์) ของท่านอิหม่ามอะห์มัด บิน ฮันบัล ที่เลือกจะงดเว้นและสั่งห้ามการใช้เครื่องมือถ้อยคำนิติกรรมโต้เถียงกับกลุ่มผู้อุตริกรรมทางศาสนา (มุบตะดิอ์) ในรูปแบบมัจลิสวิวาทะ ส่งผลให้เกิดช่องว่างยุทธศาสตร์ทางความคิดที่พวกมุอ์ตะซิละฮ์นำไปใช้เคลมโจมตีชาวซุนนีย์ ด้วยเหตุนี้ ยอดปราชญ์นักเทววิทยารุ่นบุกเบิกสายเหตุผลนิยมซุนนีย์ เช่น **ท่านอิบนุ กุลลาบ**, **ท่านอัลหันริษ อัลมุหาสิบี** และ**ท่านอับดุลอะซีซ อัลมักกีย์** จึงได้ลุกขึ้นมาทำหน้าที่กรีธาทัพทางปัญญาเพื่อเผชิญหน้าหักล้างแนวคิดหลงทิศเหล่านั้นอย่างสมศักดิ์ศรี

ท่าน **อัฮลาฟิศ อิบนุ อะซากิร** ปราชญ์ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ระดับสากล ได้บันทึกรายละเอียดพฤติการณ์คดีวิกฤตการณ์ข้อนี้เอาไว้ในตำราพิทักษ์เกียรติยศอย่าง Tabyin Kadhib al-Muftari fi ma Nusiba ila al-Imam Abi al-Hasan al-Ash'ari ความว่า:

أَعْظَمُ مَا كَانَتِ الْمِحْنَةُ يَعْنِي الْمُعْتَزِلَةَ زَمَنَ الْمَأْمُونِ وَالْمُعْتَصِمِ فَتَوَرَّعَ مِنْ مُجَادَلَتِهِمْ أَحْمَدُ بْنُ حَنْبَلٍ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ فَمَوَّهُوا بِذَلِكَ عَلَى الْمُلُوكِ وَقَالُوا لَهُمْ إِنَّهُمْ يَعْنُونَ أَهْلَ السُّنَّةِ يَفْرُونَ مِنَ الْمُنَاظَرَةِ لِمَا يَعْلَمُونَهُ مِنْ ضَعْفِهِمْ عَنْ نَصْرَةِ الْبَاطِلِ وَأَنَّهُمْ لَا حُجَّةَ بِأَيْدِيهِمْ وَشَنَّعُوا بِذَلِكَ عَلَيْهِمْ حَتَّى امْتُحِنَ فِي زَمَانِهِمْ أَحْمَدُ بْنُ حَنْبَلٍ وَغَيْرُهُ فَأُخِذَ النَّاسُ حِينَئِذٍ بِالْقَوْلِ بِخَلْقِ الْقُرْآنِ حَتَّى مَا كَانَ تُقْبَلُ شَهَادَةُ شَاهِدٍ وَلَا يَسْتَقْضِي قَاضٍ وَلَا يُفْتِي مُفْتٍ لَا يَقُولُ بِخَلْقِ الْقُرْآنِ
“วิกฤตการณ์บททดสอบครั้งร้ายแรงที่สุด (ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยกลุ่มสำนักคิดมุอ์ตะซิละฮ์) ได้ปะทุขึ้นในรัชสมัยขององค์เคาะลีฟะฮ์ อัลมะอ์มูน และองค์อัลมุอ์ตะศิม และในสถานการณ์วิกฤตครั้งนั้น ท่านอิหม่ามอะห์มัด บิน ฮันบัล เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้เลือกสำรวมตนปฏิบัติวะเราะฮ์อย่างเคร่งครัดด้วยการงดเว้นจากการก้าวล่วงเข้าไปโต้เถียงวิวาทะกับพวกเขา

พวกมุอ์ตะซิละฮ์จึงได้ฉวยโอกาสใช้สภาวะการเงียบสงบข้อนี้มาสร้างเป็นกลลวงล่อใจต่อบรรดากษัตริย์ฝ่ายปกครอง โดยกล่าวป้ายสีใส่ร้ายว่า ‘คนเหล่านั้น (หมายถึงชาวอะฮ์ลุซซุนนะฮ์) กำลังพากันหลบหนีเตลิดไปจากการจัดมัจลิสโต้วาที ทั้งนี้ก็เพราะพวกเขารู้แจ้งแก่ใจดีถึงความอ่อนแอไร้ศักยภาพของตนเองในการอุปถัมภ์ความเท็จ และตระหนักดีว่าในมือของพวกเขานั้นปราศจากหลักฐานเชิงตรรกะใด ๆ เลย’ พวกเขาใช้เรื่องนี้สร้างวาทกรรมโจมตีอย่างรุนแรง จนกระทั่งในยุคสมัยนั้นท่านอิหม่ามอะห์มัด บิน ฮันบัลและปราชญ์ท่านอื่น ๆ ต้องถูกควบคุมตัวไปทดสอบลงทัณฑ์อย่างหนักหน่วง

ด้วยเหตุบีบคั้นเชิงโครงสร้างอำนาจรัฐข้อนี้ ประชาชนมุสลิมในยุคนั้นจึงถูกบังคับขู่เข็ญให้ยอมรับหลักคำสอนบิดเบือนที่ว่า ‘อัลกุรอานเป็นสิ่งถูกสร้างใหม่ (มัคลูก)’ ถึงขนาดเกิดเกณฑ์วิบัติที่ว่า พฤติการณ์เป็นพยานของพยานคนใดจะไม่มีวันถูกยอมรับในชั้นศาล, ผู้พิพากษา (กอฎี) คนใดจะไม่ได้รับการแต่งตั้งให้บริหารตำแหน่ง และมุฟตีท่านใดจะไม่สามารถทำหน้าที่ออกคำชี้ขาดฟัตวาทางศาสนาได้เลย หากบุคคลเหล่านั้นไม่ยอมเอ่ยปากประกาศยอมรับในแนวคิดเรื่องอัลกุรอานคือสิ่งถูกสร้าง”

ท่านอิบนุ อะซากิร ได้ทำการฉายภาพโครงสร้างประวัติศาสตร์ปัญญาชนและระบุถึงการลุกขึ้นสู้ของเหล่ายอดนักเทววิทยาซุนนีย์ผู้อยู่เบื้องหลังป้อมปราการเอาไว้ต่อไปความว่า:

وَكَانَ فِي ذَلِكَ الْوَقْتِ مِنَ الْمُتَكَلِّمِينَ جَمَاعَةٌ كَعَبْدِ الْعَزِيزِ الْمَكِّيِّ وَالْحَارِثِ الْمُحَاسِبِيِّ وَعَبْدِ اللَّهِ بْنِ كُلَّابٍ وَجَمَاعَةٍ غَيْرِهِمْ وَكَانُوا أُولِي زُهْدٍ وَتَقَشُّفٍ لَمْ يَرَ أَحَدٌ مِنْهُمْ أَنْ يَطَأَ لِأَهْلِ الْبِدَعِ بِسَاطًا وَلَا أَنْ يُدَاخِلَهُمْ فَكَانُوا يَرُدُّونَ عَلَيْهِمْ وَيُؤَلِّفُونَ الْكُتُبَ فِي إِدْحَاضِ حُجَجِهِمْ إِلَى أَنْ نَشَأَ بَعْدَهُمْ وَعَاصَرَ بَعْضَهُمْ بِالْبَصْرَةِ أَبُو الْحَسَنِ عَلِيُّ بْنُ إِسْمَاعِيلَ الْأَشْعَرِيُّ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ وَصَنَّفَ فِي هَذَا الْعِلْمِ لِأَهْلِ السُّنَّةِ التَّصَانِيفَ وَأَلَّفَ لَهُمُ التَّوَالِيفَ حَتَّى أَدْحَضَ حُجَجَ الْمُعْتَزِلَةِ وَكَسَرَ شَوْكَتَهُمْ وَكَانَ يَقْصِدُهُمْ بِنَفْسِهِ يُنَاظِرُهُمْ
“และในห้วงเวลาวิกฤตการณ์ครั้งนั้นเอง ก็ได้มีกลุ่มนักเทววิทยา (มุตะกัลลิมูน) ฝ่ายอะฮ์ลุซซุนนะฮ์อยู่จำนวนหนึ่ง อาทิ ท่านอับดุลอะซีซ อัลมักกีย์, ท่านอัลหาริษ อัลมุหาสิบี, ท่านอับดุลลอฮ์ อิบนุ กุลลาบ และปราชญ์ท่านอื่น ๆ พวกท่านเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ทรงคุณธรรม ถือสันโดษ ซื่อสัตย์ และมีวิถีชีวิตที่สมถะรัดกุมยิ่งนัก พวกท่านไม่เคยมีความคิดที่จะย่างกรายเข้าไปร่วมนั่งบนพรมพื้นของพวกผู้อุตริกรรม หรือไปยอมคลุกคลีตีโมงร่วมผลประโยชน์กับพวกเขาเลย แต่... พวกท่านเหล่านี้ได้ทำหน้าที่สร้างกระบวนการโต้แย้งตอบกลับพวกหลงทิศเหล่านั้น และร่วมกันรจนาตำราวิชาการมากมายขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ทำลายล้างหักล้างหลักฐานคำลวงของฝ่ายมุอ์ตะซิละฮ์ให้พังทลายลง

กระบวนการพิทักษ์รักษาศรัทธานี้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งยอดบุรุษผู้หนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้นมาภายหลังพวกเขา และได้ร่วมยุคสมัยกับนักกะลามบางท่านในเมืองบัศเราะฮ์ ในขณะที่ท่านอิสมาอิล อัลกอฎีย์ กำลังดำรงตำแหน่งตุลาการอยู่ที่กรุงแบกแดด บุคคลท่านนั้นคือ **ท่านอบุลหะสัน อาลีย์ บิน อิสมาอิล อัลอัชอะรีย์** เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ท่านได้ลุกขึ้นมาประพันธ์คลังตำราจัดหมวดหมู่วิทยาการกะลามให้แก่ชาวอะฮ์ลุซซุนนะฮ์อย่างเป็นระบบสากล และได้รวบรวมร้อยเรียงตำราเอาไว้มากมายมหาศาล จนกระทั่งสามารถทำลายล้างหลักฐานคำลวงของกลุ่มมุอ์ตะซิละฮ์ลงได้อย่างราบคาบ และหักโค่นหนามแหลมแห่งอำนาจอิทธิพลของพวกเขาลงได้อย่างเด็ดขาด ยิ่งไปกว่านั้น ตัวท่านเองยังเป็นผู้มุ่งตรงไปหาพวกเขาถึงถิ่นเพื่อจัดมัจลิสโต้วาทีหักล้างปัญญาของพวกเขาด้วยตนเองเสมอ”
[ตับยีน กะซิบ อัลมุฟตะรีย์]

บทสรุปเชิงญาณวิทยา

ข้อมูลประวัติศาสตร์ชิ้นเอกนี้ประกาศสัจธรรมว่า ระบบความคิดของอะฮ์ลุซซุนนะฮ์ วัลญะมาอะฮ์ มิได้ผูกขาดตัดตอนอยู่กับระเบียบวิธีเดียว ยามที่ศาสนาเผชิญภัยคุกคามล้อมรอบ ปราชญ์สายตัวบทหะดีษทำหน้าที่หยัดยืนรักษาความถูกต้องด้วยขันติธรรมถาวร ขณะที่ปราชญ์สายเหตุผลกะลามรุ่นบุกเบิกทำหน้าที่สกัดสร้างชุดคำศัพท์และเครื่องมือโต้กลับทางปัญญา เพื่อทำลายป้อมปราการของศัตรูอย่างสอดประสาน โครงสร้างแนวคิดของสายกุลลาบียะฮ์และมุหาสิบียะฮ์นี้เอง คือรากฐานและสะพานเชื่อมโยงปัญญาที่ส่งต่อมาสู่การวางระบบสากลของท่านอิหม่ามอบุลหะสัน อัลอัชอะรีย์ ในการสถาปนาเกราะพิทักษ์ใจชาวซุนนีย์สืบไปถาวร


แหล่งอ้างอิงหลัก
  • ابن عساكر، أبو القاسم علي بن الحسن. تبيين كذب المفتري فيما نسب إلى الإمام أبي الحسن الأشعري. دار الكتاب العربي، بيروت، ١٤٠٤هـ.
  • السبكي، تاج الدين. طبقات الشافعية الكبرى. ذكر طبقة تلامذة ابن كلاب والمحاسبي. القاهرة.
  • وثائقประวัติศาสตร์ความคิด มَّرْكَزُ الْإِمَامِ الْأَشْعَرِيِّ لِتدْوِينِ الْبُحُوثِ الْعَقَدِيَّةِ، ٢٥hex.
มัรกัส อัลอิมาม อัลอัชอะรีย์. (2569). ปราญช์นักเทววิทยารุ่นบุกเบิกกับการพิทักษ์แนวคิดอะฮ์ลุซซุนนะฮ์ในยุควิกฤตมิห์นะฮ์. Islamic Fiqh Publishing. สืบค้นจาก https://islamicfiqhpublishing.com/articles/kalam/pioneers-of-sunni-kalam.html