← กลับสู่คลังอารยธรรมอิสลาม
ชามเคลือบพื้นขาวพร้อมลายอักษรอาหรับจากนิชาปูร์หรือซามาร์กันด์

56 · IRAN · MARKET, KILNS & CERAMIC PRODUCTION · คริสต์ศตวรรษที่ 9–10

ตลาดและเตาเครื่องปั้นแห่งนิชาปูร์

นิชาปูร์เป็นเมืองหลวงของคุรอซานและเป็นชุมทางการค้าระหว่างอิหร่าน เอเชียกลาง และอิรัก ในคริสต์ศตวรรษที่ 9–10 เมืองรุ่งเรืองภายใต้ราชวงศ์ซามานิด ช่างของเมืองทำภาชนะครัว เครื่องปั้นเคลือบสี ชามลายคนกับสัตว์ และจานอักษรอาหรับ พื้นสีขาวของหลายชิ้นเกิดจากน้ำดินเหลวซึ่งทาก่อนเขียนลายแล้วเผาใต้เคลือบใส การขุดค้นของพิพิธภัณฑ์เมโทรโพลิทันระหว่าง ค.ศ. 1935–1948 ทำให้เครื่องปั้นของเมืองกลายเป็นหลักฐานสำคัญของศิลปะอิสลามยุคต้น แต่ตลาดศิลปะใช้ชื่อนิชาปูร์กับวัตถุเกินกว่าที่หลักฐานรองรับ บางชิ้นอาจมาจากซามาร์กันด์หรือเมืองอื่น ส่วนเตาที่ขุดพบก็น่าจะเป็นยุคหลังซามานิด จึงต้องอ่านเมือง ตลาด ช่าง และที่มาไปด้วยกัน

01

เมืองใหญ่บนเส้นทางคุรอซาน

นิชาปูร์ตั้งอยู่บนที่ราบตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน ใกล้เส้นทางเชื่อมเรย์กับเมิร์ฟและเอเชียกลางอีกฝั่งแม่น้ำอามู ผู้เดินทางไม่จำเป็นต้องไปตลอดสาย เพราะสินค้าถูกเปลี่ยนพาหนะ เจ้าของ และทางเดินตามตลาดแต่ละเมือง ทำเลจึงสร้างรายได้จากที่พัก อาหาร สัตว์ขนส่ง งานซ่อม และการแลกเปลี่ยน มากกว่าการเป็นจุดแวะของหรูเพียงอย่างเดียว

ในคริสต์ศตวรรษที่ 9 เมืองเป็นศูนย์บริหารคุรอซานใต้ราชวงศ์ฏอฮิรียะฮ์ ก่อนเปลี่ยนมือสู่ราชวงศ์ศ็อฟฟารียะฮ์และอำนาจซามานิดต้นคริสต์ศตวรรษที่ 10 เจ้าหน้าที่ ทหาร นักวิชาการ พ่อค้า และเจ้าของที่ดินสร้างความต้องการภาชนะหลายระดับ มัสยิด ย่านบ้าน โรงอาบน้ำ ที่เก็บสินค้า และพื้นที่ผลิตต่างพึ่งน้ำกับเชื้อเพลิงจากชนบทรอบโอเอซิส เครื่องปั้นจึงเติบโตกับโครงสร้างเมือง

แหล่งประวัติศาสตร์กล่าวถึงความมั่งคั่งทางเกษตร การค้า ผ้าชั้นดี และชุมชนนักวิชาการ ส่วนโบราณคดีเพิ่มภาพของคนซึ่งเอกสารเอ่ยน้อย เช่น ช่าง คนรับใช้ เกษตรกร และเด็ก ของเล่น ตะเกียง หม้อหุงอาหาร ภาชนะเก็บของ และเศษซ่อมเผยกิจวัตรข้างชามประณีต การวางวัตถุหลายชนิดร่วมกันช่วยไม่ให้ตลาดนิชาปูร์กลายเป็นห้องแสดงของชนชั้นนำซึ่งไม่มีแรงงานหรือของใช้สามัญอยู่เบื้องหลัง

02

ดิน น้ำ เชื้อเพลิง และแรงงานของช่าง

การทำภาชนะเริ่มจากคัดดิน แยกกรวด ผสมน้ำ นวด และขึ้นรูปด้วยมือหรือแป้นหมุน ภาชนะต้องผึ่งให้ความชื้นลดก่อนตกแต่ง มิฉะนั้นไอน้ำจะทำให้แตกระหว่างเผา ช่างเตรียมน้ำดินเหลวสีขาว สีแดง หรือสีอื่นสำหรับปิดผิวและเขียนลาย แล้วจึงเคลือบด้วยสารซึ่งหลอมเป็นผิวแก้วบาง การเผาต้องควบคุมอากาศ อุณหภูมิ และระยะวางภาชนะ งานหนึ่งชิ้นจึงผ่านมือหลายคนตั้งแต่คนขุดดินถึงผู้คุมเตา

เตาต้องใช้เชื้อเพลิงสม่ำเสมอและตั้งในที่ซึ่งควัน ความร้อน กับการขนดินไม่รบกวนย่านพักอาศัยมากเกินไป ขาตั้งกับตัวคั่นช่วยแยกภาชนะไม่ให้เคลือบหลอมติดกัน ของเสียจากเตา เช่น ชามบิดเบี้ยว ผิวไหม้ หรือภาชนะติดกับขาตั้ง เป็นหลักฐานการผลิตที่หนักแน่นกว่าลวดลายเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งเตาที่บันทึกได้จากการขุดนิชาปูร์มีน้อย จึงยังสร้างแผนที่ย่านช่างในสมัยซามานิดได้ไม่ครบ

การผลิตมีหลายระดับ รายงานการขุดรวบรวมทั้งงานประณีต ภาชนะทั่วไป และชิ้นซึ่งขึ้นรูปหรือเผาเสีย สินค้าราคาต่ำอาจขายใกล้เตา ส่วนชิ้นบางเบาหรือเขียนลายละเอียดต้องชดเชยความเสี่ยงด้วยราคาสูงกว่า พ่อค้าคัดตามขนาด ความแข็งแรง และรสนิยมผู้ซื้อ เตาจึงเชื่อมกับตลาดโดยตรง เพราะข้อบกพร่อง ต้นทุนเชื้อเพลิง และระยะขนส่งกำหนดว่าของชนิดใดเดินทางได้ไกล

03

จากเตาเข้าสู่ตลาด บ้าน และเมืองรอบข้าง

ตลาดรับภาชนะจากช่างในเมืองและสินค้าซึ่งเดินทางมาจากศูนย์อื่น ร้านค้าต้องมีของสำหรับครัวเรือน โรงครัวสาธารณะ ผู้เดินทาง และผู้ซื้อที่ต้องการแสดงรสนิยม ชามกว้างใช้เสิร์ฟอาหารร่วมกัน เหยือกเก็บหรือรินของเหลว และภาชนะหยาบรับงานปรุงกับเก็บสินค้า รอยสึก คราบไฟ และการซ่อมบอกว่าหลายชิ้นถูกใช้นานกว่าหนึ่งมื้อ การพบของงามในบ้านจึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงพระราชวัง

เครื่องปั้นแบบซึ่งขุดที่นิชาปูร์ยังพบในฮิรอต เมิร์ฟ และซามาร์กันด์ แสดงว่าภาชนะหรือความรู้ของช่างเคลื่อนผ่านคุรอซาน แต่การกระจายลายเดียวกันไม่ได้พิสูจน์ว่าทุกชิ้นออกจากเตาเดียว ช่างเมืองอื่นสามารถเลียนรูปทรง สูตรสี และตัวอักษรซึ่งขายดีได้ บางครั้งภาชนะเดินทาง ส่วนบางครั้งคนกับแบบอย่างเป็นสิ่งที่เดินทาง นักวิจัยจึงเปรียบเนื้อดิน ส่วนผสมเคลือบ และบริบทขุดก่อนวางเส้นทางค้า

คำว่าเส้นทางสายไหมทำให้เห็นการเชื่อมโลกกว้าง แต่เสี่ยงบดบังตลาดระยะสั้นซึ่งหล่อเลี้ยงการผลิตประจำวัน ชาวนา ชุมชนรอบเมือง และกองคาราวานต้องซื้อหม้อ ชาม กับไหที่ทนใช้งาน สินค้าแตกง่ายจึงมีต้นทุนเพิ่มทุกครั้งที่บรรทุก การค้าระดับภูมิภาคน่าจะเลือกชิ้นซึ่งมีมูลค่าคุ้มความเสี่ยง ขณะที่ภาชนะหนักราคาต่ำหมุนเวียนใกล้แหล่งผลิต เศรษฐกิจเครื่องปั้นจึงมีทั้งเครือข่ายไกลและวงตลาดท้องถิ่น

04

ภาชนะพื้นสีน้ำตาลอ่อนกับภาพสีหนาแน่น

กลุ่มเด่นกลุ่มหนึ่งมีเนื้อหรือผิวสีน้ำตาลอ่อน เขียนลายดำ เหลือง เขียว และสีเข้มอื่นใต้เคลือบใส พื้นที่ภายในมักเต็มด้วยนก สัตว์ คน ดอกไม้ เถาใบ วงกลม และอักษร เส้นขอบแบ่งภาพเป็นตอนหรือปล่อยให้ตัวแบบขยายเต็มชาม การใช้สีหลายชนิดไม่ได้หมายความว่าช่างวาดตามธรรมชาติเสมอ ร่างกายกับพืชถูกย่อและปรับให้เข้ากับพื้นกลม จนรูปอ่านได้พร้อมกับทำหน้าที่เป็นจังหวะลาย

ภาพคนถือถ้วย นักขี่ม้า นกคาบใบไม้ หรือสัตว์เผชิญหน้ากันเปิดคำถามเรื่องนิทาน งานเลี้ยง และสัญลักษณ์ แต่หลายชิ้นไม่มีข้อความหรือบริบทพอให้ระบุตัวละคร การเรียกภาพว่าเจ้าชาย นักดนตรี หรือเรื่องจากวรรณกรรมจึงต้องมีเครื่องแต่งกาย ท่าทาง และวัตถุเปรียบเทียบรองรับ ความหมายอาจเปลี่ยนตามผู้ใช้ แม้ช่างยืมรูปแบบจากศิลปะซาซานิด เอเชียกลาง หรืออิรัก ก็ยังจัดองค์ประกอบใหม่ให้เหมาะกับภาชนะในเมืองของตน

งานหลายสีที่มีคนกับสัตว์มักถูกนำเสนอเป็นเอกลักษณ์นิชาปูร์ เพราะตัวอย่างจากการขุดช่วยยืนยันว่ากลุ่มนี้ถูกใช้ในเมือง กระนั้นคำว่าใช้ในนิชาปูร์ไม่เท่ากับผลิตที่นั่นทุกชิ้น การพบเศษจำนวนมาก รูปแบบซ้ำ และของเสียจากเตาช่วยเพิ่มน้ำหนักแก่แหล่งผลิต แต่ชิ้นจากตลาดศิลปะซึ่งไม่มีตำแหน่งพบต้องเทียบอย่างระมัดระวัง เมืองอาจเป็นทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค และทางผ่านของภาชนะหน้าตาคล้ายกัน

05

สีสาด รอยขูด เคลือบสีเดียว และของใช้ไม่เคลือบ

ภาชนะสีสาดใช้คราบเขียว เหลือง น้ำตาล หรือม่วงบนพื้นอ่อน บางชิ้นขูดผ่านชั้นน้ำดินก่อนเคลือบให้เห็นสีเนื้อดิน การควบคุมการไหลระหว่างเผาดูฉับพลันแต่ต้องอาศัยประสบการณ์ กลุ่มนี้พบตั้งแต่ซีเรียถึงคุรอซาน จึงไม่ควรเรียกเป็นของนิชาปูร์อัตโนมัติ นักวิชาการเชื่อมลายสาดกับเครื่องปั้นจีนราชวงศ์ถัง แต่เส้นทางอิทธิพลกับลำดับเวลายังต้องเทียบแหล่งขุดหลายเมือง

อีกกลุ่มใช้เคลือบเขียวหรือสีเดียว บางกลุ่มพยายามสร้างพื้นขาวทึบให้ใกล้ภาชนะนำเข้า ช่างยังผลิตงานพิมพ์แม่แบบ ลายกด และภาชนะเคลือบด่าง ความหลากหลายแสดงว่าตลาดไม่ได้เปลี่ยนเทคนิคทั้งเมืองพร้อมกัน เตาหนึ่งอาจรับงานหลายชนิดหรือช่างหลายกลุ่มอาจแบ่งลูกค้า วัตถุดิบกับอุณหภูมิที่ต้องใช้เป็นตัวกำหนดว่ากระบวนการใดทำร่วมกันได้โดยไม่ทำลายสีและผิวของสินค้าอื่น

ภาชนะไม่เคลือบมีจำนวนมากและจำเป็นต่อการอ่านเศรษฐกิจ หม้อ ไห ฝาปิด และของใช้หยาบรับความร้อนหรือเก็บอาหารโดยไม่ต้องเสียต้นทุนเคลือบ ลายกดกับรูปทรงช่วยแยกการใช้งานและช่วงเวลา แม้งานเหล่านี้ไม่เด่นในตลาดสะสม แต่บอกปริมาณการกิน การเก็บน้ำ และการทิ้งของครัวเรือน การเน้นเฉพาะชามเขียนอักษรจะทำให้ภาพการผลิตเอียงไปทางสินค้าซึ่งรอดสวยและมีราคาสูงในยุคปัจจุบัน

06

ถ้อยคำอาหรับรอบขอบชาม

ชามพื้นขาวเขียนอักษรดำเป็นงานซึ่งผู้ชมจดจำได้มากที่สุดกลุ่มหนึ่ง ช่างทาน้ำดินสีอ่อน ปล่อยให้แห้งพอรับสี แล้ววางอักษรอาหรับเส้นเหลี่ยมแบบกูฟีย์รอบขอบหรือเต็มพื้นด้านใน ก่อนคลุมด้วยเคลือบใส เส้นตั้งยาวสร้างจังหวะตามวงกลม ขณะที่คำอวยพร สุภาษิต และข้อเตือนใจเผยโลกภาษาอาหรับของผู้ใช้ ข้อความบางชิ้นเอ่ยความเอื้อเฟื้อ ความรู้ ความเงียบ ความสุข หรือความเจริญ มากกว่าจะบันทึกชื่อผู้ปกครอง

ตัวอักษรมีทั้งความหมายและหน้าที่ทางสายตา ผู้ร่วมโต๊ะอาจค่อยๆ เห็นข้อความเมื่ออาหารถูกตักออกจากชาม แต่หลักฐานไม่บอกว่าผู้ใช้ทุกคนอ่านได้หรืออ่านข้อความในจังหวะเดียวกัน ชามขนาดใหญ่รองรับการแบ่งอาหารได้ แต่การกำหนดว่าใช้เฉพาะวงนักปราชญ์จะเกินหลักฐานหากไม่มีบริบทบ้านหรือบันทึกประกอบ ถ้อยคำอาจสร้างการสนทนา แสดงการศึกษา ให้พร หรือเพียงเพิ่มมูลค่าผ่านอักษรที่จัดอย่างสง่างาม

ชามอักษรพบทั้งในนิชาปูร์ ซามาร์กันด์ และพื้นที่อื่นของโลกซามานิด การตั้งชื่อรูปแบบว่าเครื่องปั้นนิชาปูร์จึงเป็นคำสะดวกมากกว่าพิกัดแน่นอน แม้พิพิธภัณฑ์ระบุเมืองด้วยเครื่องหมายคำถาม ผู้ชมมักมองข้ามความไม่แน่นอนนั้น ลายมือ เนื้อดิน และสีช่วยแบ่งกลุ่ม แต่ยังต้องมีตัวอย่างจากการขุดซึ่งบันทึกชั้นดินชัดเจน การมีสุภาษิตแบบเดียวกันไม่ยืนยันว่าเป็นมือช่างหรือเตาเดียวกัน

07

การขุด ค.ศ. 1935–1948 และเมืองซึ่งถูกแบ่งเป็นหลุมสำรวจ

คณะพิพิธภัณฑ์เมโทรโพลิทันทำงานที่นิชาปูร์ระหว่าง ค.ศ. 1935–1940 และกลับมาในฤดูหนาว ค.ศ. 1947–1948 พื้นที่ขุดมีทั้งย่านบ้านซับซ์ปูชานกับเนินเตเปมัดรอซะฮ์ หลุมสำรวจเลือกตามสิทธิใช้ที่ดิน ร่องรอยซึ่งชาวบ้านพบ และคำถามของคณะ จึงไม่ได้สุ่มครอบคลุมเมืองทั้งหมด ซับซ์ปูชานเผยย่านบ้าน ส่วนเตเปมัดรอซะฮ์ซึ่งชื่อชวนให้นึกถึงสถานศึกษา กลับพบเขตพักอาศัยกับมัสยิดหลายระยะ

ข้อตกลงกับรัฐบาลอิหร่านกำหนดให้แบ่งวัตถุระหว่างพิพิธภัณฑ์ในเตหะรานกับนิวยอร์ก การศึกษาคอลเลกชันเพียงฝั่งเดียวจึงไม่ใช่การเห็นสิ่งขุดพบทั้งหมด วัตถุผ่านการคัด แบ่ง ขนส่ง ซ่อม และลงทะเบียนก่อนจัดแสดง สีบนผนังบางส่วนซีดหลังสัมผัสอากาศ ขณะที่ชามแตกถูกประกอบจากเศษหลายชิ้น ประวัติหลังขุดนี้เป็นส่วนของหลักฐาน เพราะวิธีอนุรักษ์กำหนดสิ่งซึ่งนักวิจัยรุ่นต่อมาเห็นและตรวจได้

รายงานของชาลส์ เค. วิลคินสันซึ่งตีพิมพ์ ค.ศ. 1973 จัดเครื่องปั้นเป็นสิบสองกลุ่มและเปิดข้อมูลให้เปรียบเทียบ ระบบนี้เป็นเครื่องมือของยุคนั้น ไม่ใช่ชื่อซึ่งช่างนิชาปูร์ใช้เรียกสินค้า กลุ่มหนึ่งอาจรวมงานหลายเตา และเส้นแบ่งตามสีหรือเคลือบอาจเปลี่ยนเมื่อวิเคราะห์เนื้อดินใหม่ การใช้อย่างมีวิจารณญาณจึงรักษาคุณค่าของรายงานโดยไม่ทำให้หมวดหมู่หยุดนิ่ง

08

เตาที่ขุดพบไม่ใช่คำตอบตรงของยุคซามานิด

คณะขุดรายงานแหล่งเตาสามแห่ง แต่ตำแหน่งถูกบันทึกชัดเพียงสองแห่ง เตาสองจุดสร้างทับบริเวณซึ่งเคยเป็นย่านพักอาศัยใกล้ซับซ์ปูชานกับฟะละกี จึงสะท้อนว่าเขตเมืองหดหรือย้ายก่อนพื้นที่ถูกเปลี่ยนเป็นงานผลิต การกำหนดอายุเสนอคริสต์ศตวรรษที่ 12–13 ซึ่งช้ากว่ายุคซามานิดหลายชั่วคน เตาเหล่านี้ยืนยันความต่อเนื่องของงานเครื่องปั้นในนิชาปูร์ แต่ไม่ควรใช้เป็นภาพตรงของช่างคริสต์ศตวรรษที่ 10

ขาตั้งเตาจากคริสต์ศตวรรษที่ 11 กับของเสียยุคอื่นช่วยอธิบายวิธีวางภาชนะและความผิดพลาดจากการเผา แต่ต้องจับคู่ตามชั้นดิน การพบเครื่องมือใกล้ชามเก่าไม่ได้ทำให้ทั้งสองร่วมสมัยเสมอ เศษอาคารถล่ม การขุดหลุม และการกลับมาใช้พื้นที่สามารถเคลื่อนวัตถุระหว่างชั้น นักโบราณคดีจึงอาศัยตำแหน่งแนวตั้ง รอยตัดของหลุม เหรียญ และภาชนะเปรียบเทียบเพื่อแยกระยะใช้งานของเตาออกจากของซึ่งถูกทิ้งภายหลัง

หลักฐานการผลิตยุคซามานิดจึงมาจากหลายทางร่วมกัน ได้แก่ การกระจุกของรูปแบบ ของเผาเสีย องค์ประกอบเนื้อดิน การกระจายสินค้ากับเอกสารเมือง ไม่มีทางใดตอบครบเพียงลำพัง หากชิ้นงานมาจากการซื้อโดยไม่มีจุดพบ ความมั่นใจยิ่งลดลง การใช้ชื่อว่านิชาปูร์ควรบอกระดับตั้งแต่ขุดพบในเมือง น่าจะผลิตในภูมิภาค ไปจนถึงเพียงมีรูปแบบคล้ายของที่ขุดได้ ลำดับถ้อยคำนี้ป้องกันสมมติฐานกลายเป็นข้อเท็จจริง

09

ชามหมายเลข 1988.44.3 กับพรมแดนของการระบุแหล่งผลิต

ชามหมายเลข 1988.44.3 ของพิพิธภัณฑ์เมโทรโพลิทันลงอายุคริสต์ศตวรรษที่ 9–10 ทำจากดินเผา ทาน้ำดิน เขียนลาย และเคลือบใส ภาพได้รับสถานะสาธารณสมบัติ แต่ทะเบียนระบุแหล่งผลิตกว้างว่าอิหร่านหรืออุซเบกิสถานปัจจุบัน และเสนอทั้งนิชาปูร์กับซามาร์กันด์ วัตถุไม่ได้มาจากการขุดของพิพิธภัณฑ์ หากเป็นของขวัญเข้าสู่คอลเลกชันใน ค.ศ. 1988 ความไม่แน่นอนจึงเป็นข้อมูลสำคัญ ไม่ใช่ช่องว่างซึ่งควรลบออกจากคำบรรยาย

รูปทรง พื้นขาว ลายสี และวิธีเขียนอาจใกล้กลุ่มจากสองเมือง เพราะช่างกับรสนิยมเคลื่อนในเครือข่ายซามานิด การแบ่งด้วยพรมแดนรัฐปัจจุบันยิ่งไม่ตรงกับภูมิศาสตร์คริสต์ศตวรรษที่ 10 นักวิจัยอาจปรับข้อเสนอเมื่อวิเคราะห์ดินหรือพบตัวอย่างมีบริบทใหม่ ระหว่างนั้น ชามช่วยอธิบายภาษาภาพร่วมของคุรอซานกับเอเชียกลางอีกฝั่งแม่น้ำอามูได้ โดยไม่ต้องบังคับให้เป็นผลงานของเมืองใดเมืองหนึ่ง

หลังการขุด ผู้ค้ากับนักสะสมใช้ชื่อนิชาปูร์กับเครื่องปั้นเปอร์เซียจำนวนมาก สารานุกรมอิรานิกาเตือนว่าการระบุเหล่านี้น่าเชื่อถือต่างกัน จึงต้องดูหมายเลขหลุม ชั้นดิน วันรับเข้า และประวัติผู้ครอบครอง เมื่อตลาดสมัยใหม่สร้างชื่อแหล่งผลิตขึ้นใหม่ นักประวัติศาสตร์ต้องแยกเมืองยุคซามานิด พื้นที่ซึ่งคณะขุดพบ และตราสินค้าที่วงการสะสมสร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ออกจากกัน

ลำดับเหตุการณ์

เส้นเวลาและการเปลี่ยนแปลง

  1. เมืองยุคซาซานิดเป็นรากของนิชาปูร์

    ชุมชนบนที่ราบคุรอซานพัฒนาเป็นเมืองซึ่งต่อมารับบทศูนย์บริหาร การค้า และงานช่างในยุคอิสลาม

  2. ฏอฮิรียะฮ์ปกครองคุรอซาน

    นิชาปูร์เติบโตในฐานะที่ตั้งอำนาจภูมิภาค ความต้องการของเจ้าหน้าที่ ทหาร พ่อค้า และครัวเรือนช่วยขยายตลาดเมือง

  3. ซามานิดเข้าควบคุมคุรอซาน

    ชัยชนะเหนือศ็อฟฟารียะฮ์เชื่อมนิชาปูร์กับเครือข่ายการเมืองและการค้าระหว่างคุรอซานกับเอเชียกลางเหนือแม่น้ำอามู

  4. เครื่องปั้นหลายกลุ่มหมุนเวียนในเมือง

    ภาชนะพื้นสีอ่อน ลายหลายสี สีสาด อักษรอาหรับ เคลือบสีเดียว และงานไม่เคลือบรองรับตลาดหลายระดับ

  5. แผ่นดินไหวสร้างความเสียหาย

    แรงสั่นสะเทือนเป็นจุดหนึ่งในกระบวนการหดและย้ายของเขตเมือง ซึ่งต่อมายังเผชิญแผ่นดินไหวกับสงครามอีกหลายครั้ง

  6. กองกำลังฆุซโจมตีนิชาปูร์

    การทำลายกระทบชุมชนกับตลาด แต่หลักฐานเตาและการอยู่อาศัยแสดงว่ากิจกรรมไม่ได้หยุดพร้อมเหตุการณ์เดียว

  7. การรุกรานมองโกลทำลายเมืองครั้งใหญ่

    ศูนย์เมืองยุคกลางเสียหายอย่างรุนแรง ก่อนชุมชนรุ่นหลังตั้งและขยับตำแหน่งในภูมิทัศน์เดียวกัน

  8. จากการขุดสู่รายงานเครื่องปั้น

    พิพิธภัณฑ์เมโทรโพลิทันขุดระหว่าง ค.ศ. 1935–1948 และตีพิมพ์รายงานเครื่องปั้นฉบับใหญ่ของชาลส์ เค. วิลคินสันใน ค.ศ. 1973

หลักฐานและแหล่งอ่านต่อ