← กลับสู่คลังอารยธรรมอิสลาม
เหรียญเงินซามานิดจากโรงกษาปณ์บุคอรอพร้อมจารึกอาหรับทั้งสองด้าน

54 · CENTRAL ASIA · SILVER CURRENCY & LONG-DISTANCE TRADE · คริสต์ศตวรรษที่ 9–10

เหรียญเงินซามานิดบนเส้นทางการค้าไกล

เหรียญเงินซามานิดซึ่งเรียกว่าดีรฮัม ผลิตขึ้นในซามาร์กันด์ บริเวณทาชเคนต์ และบุคอรอ ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 9–10 ก่อนจะเดินทางไกลออกจากเอเชียกลางจนไปพบในแหล่งฝังสะสมรอบทะเลบอลติก รัสเซีย สแกนดิเนเวีย และหมู่เกาะบริเตน เหรียญมีข้อความอาหรับบันทึกถ้อยคำประกาศศรัทธา ชื่อโรงกษาปณ์ ปี และอำนาจทางการเมือง แต่เมื่อไปถึงยุโรปเหนือ หลายชิ้นถูกชั่ง ตัด ทดสอบ หรือหลอมเป็นเครื่องประดับ มากกว่าจะใช้ตามมูลค่าที่รัฐผู้ผลิตกำหนด การพบเหรียญที่ปลายทางบอกถึงเครือข่ายแลกเปลี่ยนซึ่งผ่านคนกลางหลายทอด ไม่ได้พิสูจน์ว่าพ่อค้าซามานิดพบชาวสแกนดิเนเวียโดยตรงทุกครั้ง ชีวิตของเงินหนึ่งชิ้นจึงเชื่อมเหมือง โรงกษาปณ์ ภาษี ตลาดริมแม่น้ำ เครื่องชั่ง และการฝังทรัพย์เข้าไว้ด้วยกัน

01

แผ่นเงินที่เป็นทั้งเงินตราและเอกสาร

เหรียญเงินดีรฮัมมีขนาดพอวางบนปลายนิ้วและมักไม่มีภาพเหมือนผู้ปกครอง พื้นที่สองด้านเต็มไปด้วยอักษรอาหรับเรียงเป็นวงกับข้อความกลางเหรียญ ถ้อยคำยืนยันความเชื่ออิสลามอยู่ร่วมกับชื่อผู้ปกครอง กาหลิบ โรงกษาปณ์ และปีตามปฏิทินฮิจเราะห์ ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เหรียญเป็นเอกสารซึ่งกำหนดสถานที่กับเวลาได้ละเอียดกว่าวัตถุการค้าส่วนใหญ่ที่ไม่เก็บชื่อผู้ผลิตไว้

การอ่านข้อความต้องแยกระหว่างสูตรศาสนาซึ่งใช้ซ้ำกับส่วนที่เปลี่ยนตามการเมือง ชื่อกาหลิบอับบาซียะฮ์แสดงการยอมรับอำนาจเชิงสัญลักษณ์จากแบกแดด ส่วนชื่อผู้ปกครองซามานิดบอกว่าใครควบคุมการผลิตในทางปฏิบัติ ชื่อเมืองบนเหรียญอาจใช้รูปซึ่งต่างจากชื่อปัจจุบัน จึงต้องเทียบตัวอักษร น้ำหนัก แบบขอบ และแม่พิมพ์ ไม่ควรอ่านจากภาพถ่ายที่สึกเพียงจุดเดียว

เหรียญแต่ละชิ้นผ่านการตอกด้วยแม่พิมพ์บนแผ่นเงินซึ่งเตรียมไว้ ความคลาดของตำแหน่งทำให้ข้อความขอบขาดหรือเยื้องได้ และน้ำหนักอาจลดจากการตัดกับการสึกภายหลัง รอยขีด รอยบาก รูเจาะ และขอบที่ถูกเฉือนจึงไม่ใช่ตำหนิไร้ความหมาย ทั้งหมดเก็บประวัติหลังออกจากโรงกษาปณ์ เมื่ออ่านตัวอักษรควบคู่กับรอยใช้งาน เหรียญจึงเล่าได้ทั้งสิ่งที่รัฐต้องการประกาศและสิ่งที่ผู้ถือทำจริง

02

รัฐซามานิดกับเครือข่ายโรงกษาปณ์

ราชวงศ์ซามานิดค่อยๆ สร้างอำนาจในดินแดนตะวันออกของโลกอับบาซียะฮ์ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 9 อิสมาอีล อิบนุ อะห์มัดรวมพื้นที่ระหว่างแม่น้ำอามูดาร์ยากับซีร์ดาร์ยาและตั้งบุคอรอเป็นราชธานี รัฐยังรับรองกาหลิบในพิธีกรรมกับจารึก แต่บริหารภาษี กองทัพ และเมืองด้วยตนเองมากขึ้น เหรียญจึงทำให้ความสัมพันธ์สองระดับนี้มองเห็นได้ในวัตถุซึ่งหมุนเวียนทุกวัน

ซามาร์กันด์กับบริเวณทาชเคนต์ปัจจุบัน ซึ่งแหล่งอาหรับเรียกว่าอัชชาช เป็นโรงกษาปณ์สำคัญของเงินที่เดินทางขึ้นเหนือ บุคอรอและเมืองอื่นผลิตเหรียญในช่วงกับปริมาณต่างกัน เครือข่ายหลายโรงกษาปณ์ช่วยเปลี่ยนเงินดิบกับรายได้รัฐให้เป็นหน่วยซึ่งตรวจสอบได้ แต่คำว่าเหรียญซามานิดไม่ได้หมายถึงมาตรฐานคงที่แบบเดียวตลอดราชวงศ์ น้ำหนัก ความบริสุทธิ์ ชื่อ และแบบจารึกเปลี่ยนตามยุคกับพื้นที่

การผลิตจำนวนมากต้องมีแหล่งเงิน เชื้อเพลิง ช่างแกะแม่พิมพ์ คนชั่ง และเจ้าหน้าที่รับรอง โลหะอาจมาจากเหมืองหลายเขตและจากเหรียญเก่าซึ่งนำกลับมาหลอม จึงไม่ควรผูกเงินทุกชิ้นกับเหมืองเดียวโดยไม่มีการวิเคราะห์ธาตุกับไอโซโทป โรงกษาปณ์เป็นจุดซึ่งทรัพยากรเหล่านี้เข้าสู่ระเบียบของรัฐ ผ่านการควบคุมน้ำหนักและข้อความก่อนถูกใช้จ่ายเป็นเงินเดือนทหาร ชำระภาษี หรือซื้อขายสินค้า

03

จากเงินดิบสู่เหรียญที่ตรวจสอบได้

ช่างหลอมโลหะและทำให้ส่วนผสมสม่ำเสมอ ก่อนแบ่งเป็นแผ่นกลมใกล้น้ำหนักเป้าหมาย แผ่นถูกวางระหว่างแม่พิมพ์สองด้านแล้วตอกด้วยแรงครั้งเดียวหรือหลายครั้ง ขอบที่ไม่กลมสนิทกับตัวอักษรซ้อนสะท้อนจังหวะงาน ไม่ได้หมายความว่าเป็นของปลอมเสมอ การเทียบเหรียญจำนวนมากช่วยให้นักเหรียญวิทยาแยกชุดแม่พิมพ์ ลำดับการผลิต และความสัมพันธ์ระหว่างโรงงานได้

ความน่าเชื่อถือขึ้นกับทั้งข้อความและเนื้อเงิน ผู้รับเหรียญอาจชั่งหรือบากผิวเพื่อตรวจว่าแกนในเป็นโลหะชนิดเดียวกัน รัฐพยายามรักษามาตรฐานเพราะกำไรจากการผลิตเหรียญและความเชื่อมั่นของผู้ใช้สัมพันธ์กันโดยตรง หากความบริสุทธิ์ลด ผู้คนอาจเรียกเงินตามน้ำหนัก หักส่วนเสี่ยง หรือเลือกเหรียญจากโรงกษาปณ์ที่ยอมรับมากกว่า การควบคุมจึงเป็นกระบวนการต่อรองระหว่างประกาศของรัฐกับการทดสอบในตลาด

เหรียญซึ่งระบุเมืองกับปีเปิดทางให้ศึกษาจังหวะเศรษฐกิจ แต่จำนวนที่รอดไม่เท่ากับปริมาณผลิตตรงๆ การค้นพบขึ้นกับพื้นที่สำรวจ กฎหมายรายงานโบราณวัตถุ และนิสัยการฝังทรัพย์ เหรียญจากปีหนึ่งอาจมีมากเพราะแม่พิมพ์ผลิตสูง หรือเพราะคาราวานก้อนหนึ่งถูกฝังแล้วไม่ขุดคืน นักวิชาการจึงใช้จำนวนร่วมกับองค์ประกอบโลหะ แม่พิมพ์ เอกสาร และบริบทการพบ แทนการแปลงเหรียญทุกชิ้นเป็นสถิติรายได้ทันที

04

เส้นทางผ่านคอเรซม์และลุ่มแม่น้ำโวลกา

เงินส่วนหนึ่งจากเอเชียกลางเคลื่อนผ่านดินแดนคอเรซม์บริเวณลุ่มแม่น้ำอามูดาร์ยาตอนล่าง เข้าสู่เครือข่ายแม่น้ำและตลาดของกลุ่มบัลการ์แห่งลุ่มโวลกา ขณะที่เหรียญชุดอื่นอาจผ่านทางแตกแขนงต่างกัน จากจุดนั้นโลหะกระจายสู่รัสเซีย ทะเลบอลติก และสแกนดิเนเวียผ่านพ่อค้าเรือกับคนกลางหลายกลุ่ม แม่น้ำเป็นทางขนของหนักที่มีประสิทธิภาพในฤดูเหมาะสม ส่วนการลากเรือข้ามสันปันน้ำและการเปลี่ยนพาหนะทำให้เส้นทางจริงประกอบด้วยช่วงย่อย ไม่ใช่การล่องตรงจากซามาร์กันด์ถึงทะเลเหนือ

สินค้าที่แลกกับเงินรวมของจากป่าและทุ่งหญ้า เช่น ขนสัตว์ ขี้ผึ้ง และผลิตผลอื่นซึ่งตลาดเมืองต้องการ เอกสารยุคกลางยังสะท้อนการค้าทาส จึงต้องยอมรับว่าความมั่งคั่งของเครือข่ายมีความรุนแรงต่อมนุษย์รวมอยู่ด้วย สินค้าไม่ได้เดินทางครบระยะพร้อมเงินทุกชิ้น พ่อค้าสามารถขายต่อ เปลี่ยนรูปโลหะ หรือชำระหนี้ตามตลาดต่างๆ จนต้นทางกับปลายทางห่างกันหลายทอด

เหรียญซามานิดเริ่มเข้าสู่สแกนดิเนเวียราว ค.ศ. 890–900 และเพิ่มอย่างรวดเร็วตามผลการวิเคราะห์ชุดสะสม นักวิชาการอธิบายการเปลี่ยนนี้ว่าเป็นการหันแหล่งเงินอิสลามไปทางตะวันออกมากขึ้น หลังเหรียญอับบาซียะฮ์จากเขตตะวันตกเคยมีบทบาทก่อนหน้า การกระจายดังกล่าวชี้ถึงความเชื่อมโยงของตลาด แต่ไม่บอกสัญชาติของผู้ถือแต่ละช่วง และไม่ยืนยันการพบกันโดยตรงระหว่างผู้ผลิตกับผู้ฝัง

05

เมื่อเงินถูกใช้ตามน้ำหนัก

ในหลายพื้นที่ของยุโรปเหนือ เหรียญอิสลามเข้าสู่ระบบซึ่งประเมินโลหะตามน้ำหนักมากกว่าตามหน้าราคา ผู้ซื้อกับผู้ขายใช้ตาชั่งขนาดเล็กและตุ้มน้ำหนัก แล้วตัดเหรียญให้พอดีกับมูลค่าที่ตกลง ตัวอักษรชื่อผู้ปกครองจึงยังช่วยนักวิชาการกำหนดต้นทาง แม้ผู้ใช้ปลายทางอาจไม่อ่านอาหรับและสนใจความบริสุทธิ์ของเงินเป็นหลัก

รอยบากบนผิวเกิดจากการใช้มีดทดสอบเนื้อโลหะ ส่วนชิ้นที่หักเรียกว่าเงินตัดและอาจหมุนเวียนร่วมกับกำไล แท่ง หรือเศษเครื่องประดับ ทุกชิ้นกลายเป็นหน่วยยืดหยุ่นเมื่อวางบนตาชั่ง ระบบนี้ไม่ได้ไร้มาตรฐาน เพราะชุมชนต้องเห็นพ้องเรื่องตุ้มน้ำหนัก วิธีทดสอบ และความสูญเสียจากโลหะเจือ ความน่าเชื่อถืออยู่ที่การชั่งต่อหน้า มากกว่าตรารัฐเพียงอย่างเดียว

เหรียญบางชิ้นถูกเจาะหรือใส่ห่วงเพื่อสวมเป็นจี้ การเปลี่ยนเช่นนี้อาจแสดงความงาม สถานะ หรือคุณค่าของวัตถุจากแดนไกล แต่ความหมายเฉพาะต้องดูบริบทสุสาน เพศ อายุ และสิ่งของร่วม ไม่ควรตีความรูเจาะทุกอันเป็นเครื่องรางแบบเดียว เหรียญจึงเปลี่ยนจากเงินตรารัฐมุสลิมเป็นวัตถุชั่ง เครื่องประดับ หรือวัตถุดิบได้ โดยไม่ได้สูญเสียประวัติต้นทางทั้งหมด

06

แหล่งฝังสะสมกับอคติของหลักฐาน

เหรียญจำนวนมากรอดเพราะถูกฝังรวมเป็นทรัพย์สะสม เจ้าของอาจซ่อนก่อนเดินทาง ช่วงความขัดแย้ง หรือเพื่อเก็บเงิน แล้วเสียชีวิตหรือไม่สามารถกลับมาเอาคืน วันที่ของเหรียญใหม่ที่สุดช่วยกำหนดว่าการฝังเกิดหลังปีใด แต่ไม่ระบุปีแน่นอนเสมอ เหรียญเก่าสามารถหมุนเวียนหลายสิบปีก่อนเข้าไหหรือถุงเดียวกับชิ้นใหม่ นักโบราณคดีจึงบันทึกภาชนะ ตำแหน่ง และชั้นดินควบคู่กับรายชื่อเหรียญ

เหรียญซึ่งผลิตบริเวณทาชเคนต์หรืออัชชาชใน ค.ศ. 903 ชิ้นหนึ่งพบที่โกลด์สโบโรห์ในยอร์กเชียร์ ส่วนเหรียญซามาร์กันด์ ค.ศ. 919 ชิ้นหนึ่งมาจากแหล่งสุสานใกล้ทาลลินน์ วัตถุสองชิ้นยืนยันว่าผลผลิตจากโรงกษาปณ์เอเชียกลางไปถึงปลายทางห่างไกล แต่ตัวเหรียญเพียงอย่างเดียวไม่บอกชื่อผู้ถือ จำนวนครั้งที่เปลี่ยนมือ สินค้าที่แลกในแต่ละช่วง หรือเส้นทางเฉพาะระหว่างนั้น

แผนที่การพบยังสะท้อนการวิจัยสมัยใหม่ ประเทศซึ่งมีฐานข้อมูลสาธารณะและระบบแจ้งวัตถุจากเครื่องตรวจโลหะย่อมมีจุดมากกว่าพื้นที่สำรวจน้อย การฝังทรัพย์บอกสิ่งที่คนเอาออกจากการหมุนเวียน ไม่ใช่ภาพตลาดทั้งหมด เงินซึ่งหลอมแล้วหรือใช้จนสึกไม่ปรากฏเป็นเหรียญในสถิติ การสรุปขนาดการค้าจึงต้องปรับด้วยอคติเหล่านี้และหลีกเลี่ยงเส้นลูกศรแน่นอนเกินหลักฐาน

07

จากเหรียญสู่แท่งเงินและเครื่องประดับ

เมื่อเหรียญถูกหลอม จารึกกับปีหายไป แต่ส่วนประกอบทางเคมียังเก็บร่องรอยบางอย่าง การวัดธาตุเจือและสัดส่วนไอโซโทปตะกั่วช่วยเปรียบเงินในแท่งหรือเครื่องประดับกับกลุ่มเหรียญอ้างอิง วิธีนี้ไม่สามารถชี้โรงกษาปณ์หนึ่งแห่งได้ทุกกรณี เพราะการหลอมรวมหลายแหล่งสร้างค่าเฉลี่ยและแร่ต่างพื้นที่อาจมีลักษณะทับซ้อนกัน ผลจึงควรเสนอเป็นความน่าจะเป็นพร้อมช่วงความไม่แน่นอน

งานศึกษาวัตถุจากยุโรปเหนือพบว่าเงินอิสลามเป็นวัตถุดิบสำคัญของแท่งกับเครื่องประดับบางชุด ขณะที่ของสะสมเบเดลในยอร์กเชียร์มีองค์ประกอบไม่ตรงกับกลุ่มเหรียญซามานิดซึ่งมีบิสมัทสูง นักวิจัยใช้ความต่างนี้สนับสนุนว่าของบางชิ้นผลิตก่อนเงินซามานิดเข้าครองสต็อกทางเหนือ ตัวอย่างนี้แสดงว่าผลลบหรือการไม่ตรงกันก็ช่วยจัดลำดับเวลาได้ ไม่ได้มีค่าเฉพาะเมื่อพิสูจน์ต้นทางเอเชียกลาง

การศึกษาทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัสเซียเสนอว่าเหรียญซามานิดถูกนำไปหลอมทำเครื่องประดับในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 10 ถึงต้นศตวรรษที่ 11 การค้นพบขยายเรื่องจากการขนเหรียญไปสู่การผลิตงานช่างท้องถิ่น เงินเดินทางต่อในรูปใหม่และอาจผสมกับโลหะจากแหล่งอื่น ประวัติวัตถุจึงไม่จบเมื่อแม่พิมพ์หาย หากเปลี่ยนจากข้อความการเมืองที่อ่านได้เป็นลายเส้นทางซึ่งต้องตรวจในห้องปฏิบัติการ

08

การเปลี่ยนแหล่งเงินกลางคริสต์ศตวรรษที่ 10

ราว ค.ศ. 930 เหรียญซามานิดมีสัดส่วนเด่นในเงินอิสลามซึ่งหมุนเวียนทางเหนือ และเหรียญอับบาซียะฮ์รุ่นก่อนเหลือสัดส่วนค่อนข้างน้อยในชุดที่นักวิชาการเปรียบเทียบ ความเด่นนี้ไม่ได้เกิดพร้อมกันทุกภูมิภาค เพราะเหรียญเดินทางด้วยความเร็วต่างกันและเงินเก่ายังใช้ต่อ การกำหนดช่วงจึงอาศัยชุดสะสมจำนวนมาก ไม่ใช่แหล่งฝังหนึ่งแห่ง

หลังกลางคริสต์ศตวรรษที่ 10 ปริมาณกับคุณภาพของเงินซามานิดบางชุดเปลี่ยน และการไหลไปสแกนดิเนเวียลดลง สาเหตุเกี่ยวข้องกับการเจือโลหะ การเมือง เส้นทาง และแหล่งเงินร่วมกัน จึงไม่ควรอธิบายด้วยเหตุเดียว ในเวลาต่อมา เงินจากยุโรปตะวันตกมีบทบาทเพิ่มในเศรษฐกิจทางเหนือ การเปลี่ยนวัตถุดิบเผยว่าระบบซึ่งดูมั่นคงสามารถหันเครือข่ายได้เมื่อความเชื่อมั่นและอุปทานเปลี่ยน

ราชวงศ์ซามานิดสิ้นอำนาจใน ค.ศ. 999 เมื่อคาราคานิดเข้าครองบุคอรอ และดินแดนใต้เปลี่ยนสู่ฆอซนาวิด เหรียญซามานิดยังคงอยู่ในทรัพย์สะสมหรือถูกหลอมหลังรัฐหายไปแล้ว อายุของโลหะจึงยาวกว่าอายุราชวงศ์ การพบชิ้นเก่าในบริบทหลัง ค.ศ. 999 ไม่ได้แปลว่าโรงกษาปณ์เดิมยังผลิต แต่เตือนให้แยกวันที่ตอกจากวันที่ใช้กับวันที่ฝังออกจากกัน

09

เหรียญซามานิดในเศรษฐกิจสองระบบ

เหรียญเงินซามานิดเปิดมุมมองต่ออารยธรรมอิสลามซึ่งไม่ได้หยุดที่พรมแดนศาสนาหรือราชวงศ์ ข้อความอาหรับเกิดในระบบกาหลิบและรัฐภูมิภาค แล้วถูกใช้โดยชุมชนซึ่งพูดภาษาอื่นและประเมินคุณค่าด้วยตาชั่ง การแลกเปลี่ยนไม่ได้ทำให้ความหมายเดิมหายทันที แต่ซ้อนความหมายใหม่บนวัตถุเดียวกัน ทั้งตรารัฐ เนื้อเงิน เครื่องประดับ และทรัพย์สำรอง

การวิจัยที่ดีต้องประสานนักเหรียญวิทยา นักโบราณคดี นักประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ และนักวิทยาศาสตร์วัสดุ จารึกบอกปี โรงกษาปณ์ และชื่อ ส่วนบริบทบอกวิธีฝัง รอยตัดบอกการใช้ และไอโซโทปช่วยติดตามเงินซึ่งหลอมไปแล้ว เมื่อหลักฐานขัดกัน นักวิชาการต้องอธิบายขนาดตัวอย่าง การปนโลหะ และทางเลือกอื่น แทนการเลือกข้อมูลชิ้นเดียวให้ตรงกับแผนที่การค้า

ข้อสรุปที่มั่นคงคือเงินจากเอเชียกลางไปถึงยุโรปเหนือจำนวนมากผ่านเครือข่ายหลายช่วง ถูกใช้ตามน้ำหนักและเปลี่ยนรูปได้ สิ่งที่ยังตอบไม่ได้ในหลายกรณีคือผู้ถือรายบุคคล เส้นทางทุกจุด และสินค้าคู่แลกเฉพาะชิ้น การรักษาขอบเขตนี้ไม่ได้ลดความสำคัญของเหรียญ กลับทำให้เห็นว่าการเชื่อมโลกยุคกลางเกิดจากการตัดสินใจนับไม่ถ้วนของคนกลาง ตลาดท้องถิ่น และช่างซึ่งไม่มีชื่อบนหน้าประวัติศาสตร์

ลำดับเหตุการณ์

เส้นเวลาและการเปลี่ยนแปลง

  1. ตระกูลซามานิดรับอำนาจปกครอง

    สมาชิกตระกูลได้รับเมืองต่างๆ ทางตะวันออกในระเบียบอับบาซียะฮ์ และค่อยๆ สร้างฐานภูมิภาคของตน

  2. นัศร์ได้รับการรับรองเหนือดินแดนระหว่างแม่น้ำ

    การรับรองจากกาหลิบช่วยให้ซามานิดขยายการบริหารและเครือข่ายโรงกษาปณ์

  3. อิสมาอีลรวมศูนย์ที่บุคอรอ

    รัฐซามานิดมีฐานการเมืองมั่นคงขึ้นและควบคุมเมืองผลิตเหรียญสำคัญในเอเชียกลาง

  4. เหรียญซามานิดเข้าสู่สแกนดิเนเวีย

    ชุดสะสมแสดงการหันแหล่งเงินอิสลามไปทางเอเชียกลางและการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของเหรียญกลุ่มนี้

  5. เหรียญจากบริเวณทาชเคนต์ซึ่งไปถึงยอร์กเชียร์

    เหรียญที่ตอกในปีนี้ถูกพบภายหลังที่โกลด์สโบโรห์ เป็นหลักฐานการเดินทางข้ามหลายเครือข่าย

  6. เหรียญซามาร์กันด์ซึ่งไปถึงทาลลินน์

    ตัวอย่างจากแหล่งสุสานในเอสโตเนียเชื่อมโรงกษาปณ์เอเชียกลางกับทะเลบอลติกโดยไม่บอกผู้ถือระหว่างทาง

  7. เหรียญซามานิดมีสัดส่วนเด่น

    การวิเคราะห์ชุดเงินทางเหนือพบว่าผลผลิตซามานิดเข้ามาแทนเหรียญอิสลามจากแหล่งตะวันตกจำนวนมาก

  8. การไหลของเหรียญไปยุโรปเหนือลดลง

    คุณภาพ อุปทาน และเส้นทางเปลี่ยนหลังกลางศตวรรษ ขณะที่ราชวงศ์ซามานิดยังดำรงต่อถึง ค.ศ. 999

หลักฐานและแหล่งอ่านต่อ