← กลับสู่คลังอารยธรรมอิสลาม
ตัวอย่างแผนภาพกลไกจากตำราของพี่น้องบนู มูซา

22 · IRAQ · HYDRAULICS · ราว ค.ศ. 850

น้ำพุสลับรูปของพี่น้องบนู มูซา

น้ำพุสลับรูปในกิตาบุลหิยัลของพี่น้องบนู มูซา คือชุดการทดลองทางชลกลศาสตร์จากแบกแดดกลางคริสต์ศตวรรษที่ 9 ซึ่งทำให้สายน้ำเปลี่ยนจากลำพุ่งเป็นแผ่นคล้ายโล่หรือกลีบดอก แล้วเปลี่ยนกลับได้เองด้วยถังถ่วง วาล์ว ท่อ ไซฟอน กังหัน และกลไกหน่วงเวลา งานชุดนี้เปลี่ยนน้ำพุจากเครื่องประดับนิ่งให้กลายเป็นการแสดงความรู้เรื่องแรงดัน การไหล และการควบคุมอย่างมีจังหวะ

01

จากโรงช่างแบกแดดสู่กิตาบุลหิยัล

พี่น้องบนู มูซา ได้แก่ มุฮัมมัด อะห์มัด และอัลหะสัน บุตรของมูซา อิบนุ ชากิร เติบโตในแบกแดดช่วงที่ราชสำนักอับบาซียะฮ์สนับสนุนคณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ การสำรวจ และการแปลตำราจากหลายภาษา พวกเขามีบทบาททั้งในฐานะนักวิชาการ ผู้อุปถัมภ์นักแปล และผู้ทำงานใกล้ชิดราชสำนัก ความรู้เรขาคณิตของพวกเขาจึงไม่ได้แยกจากโลกของช่างโลหะ ช่างแก้ว ช่างไม้ และผู้ดูแลระบบน้ำในวังกับสวน แต่พบกันในเครื่องที่ต้องคำนวณสัดส่วนและต้องประกอบให้แน่นพอจะทำงานจริง

กิตาบุลหิยัล หรือ كتاب الحيل เรียบเรียงขึ้นราวกลางคริสต์ศตวรรษที่ 9 และรวบรวมเครื่องกลประมาณหนึ่งร้อยแบบ คำว่า หิยัล ในบริบทนี้หมายถึงกลวิธีหรือเครื่องกลอันแยบยล ไม่ได้หมายถึงเล่ห์ลวงอย่างที่คำแปลตรงตัวอาจทำให้เข้าใจ เนื้อหาเดินจากภาชนะเทของเหลว เครื่องเล่นอัตโนมัติ และอุปกรณ์ควบคุม ไปสู่น้ำพุ ตะเกียง และเครื่องใช้เฉพาะงาน แต่ละแบบประกอบด้วยคำอธิบายชิ้นส่วน ทางเดินของน้ำหรืออากาศ และภาพลายเส้นที่ใส่อักษรกำกับเพื่อให้ผู้อ่านตามการทำงานได้

น้ำพุอยู่ในช่วงท้ายของตำราและสร้างเวทีให้หลักการซึ่งกระจายอยู่ในเครื่องก่อนหน้าปรากฏพร้อมกัน ภาชนะที่สลับการรับน้ำทำหน้าที่จับเวลา ท่อเล็กกำหนดอัตราไหล วาล์วเปลี่ยนทางน้ำ และน้ำหนักของของเหลวขยับคานหรือแกนหมุน เมื่อรวมกันแล้ว สายน้ำที่ผู้ชมเห็นภายนอกจึงเป็นผลปลายทางของระบบซ่อนอยู่ภายใน น้ำพุกลายเป็นทั้งสิ่งประดับสวนและบทสาธิตชลกลศาสตร์ที่เผยความสัมพันธ์ระหว่างรูปทรง เวลา และการควบคุม

02

ภาษาของลำพุ่ง โล่ และดอกสุสันนะฮ์

กิตาบุลหิยัลเรียกรูปน้ำสำคัญสามแบบ แบบแรกคือกอฎีบ หรือลำพุ่งตรงคล้ายแท่งหรือหอก เกิดจากน้ำถูกบังคับผ่านช่องเดียว แบบที่สองคือ ตุรส์ หรือรูปโล่ เกิดจากน้ำไหลผ่านช่องแคบรอบแผ่นจนแผ่ออกเป็นม่านบางวงกว้าง ส่วนแบบที่สามเปรียบกับสุสันนะฮ์ หรือดอกลิลลี เกิดจากท่อเล็กหลายท่อวางเอียงรอบแกนหรือกรวย ทำให้สายน้ำแยกเป็นเส้นและบานออกจากศูนย์กลาง ชื่อเรียกเหล่านี้ช่วยให้ช่างเห็นเป้าหมายของการไหลก่อนลงมือสร้างชิ้นส่วน

แบบสุสันนะฮ์เริ่มจากแบ่งหัวน้ำพุด้วยแผ่นภายใน แล้วเจาะท่อขนาดเล็กจำนวนมากให้มีมุมใกล้เคียงกัน น้ำเคลื่อนผ่านท่อเหล่านั้นและวิ่งไปตามผิวกรวย จึงออกมาเป็นเส้นแยกที่เรียงรอบวง หากต้องการรูปโล่ ช่างถอดกรวยออกและวางแผ่นเหนือปากน้ำพุโดยเว้นช่องแคบรอบขอบ น้ำที่ถูกอัดผ่านช่องต่อเนื่องจะรวมเป็นแผ่นบางคล้ายโล่คว่ำ รูปทั้งสองเกิดจากหัวจ่ายเดียวกัน แต่ต่างกันตรงส่วนปลายซึ่งจัดทิศทางและความเร็วของน้ำ

ความคมของรูปน้ำขึ้นกับความละเอียดของงานช่าง ช่องรอบแผ่นต้องกว้างสม่ำเสมอจึงจะสร้างม่านเต็มวง ท่อของรูปดอกต้องมีเส้นผ่านศูนย์กลางและมุมใกล้กันจึงจะไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง แรงดันต้องมากพอให้รูปทรงตั้งอยู่ แต่ไม่มากจนสายน้ำแตกเป็นละอองก่อนถึงระยะที่ต้องการ คำอธิบายในตำราจึงผูกเรขาคณิตของหัวจ่ายเข้ากับพฤติกรรมของน้ำอย่างแนบแน่น รูปที่สวยงามไม่ได้เกิดจากการตกแต่งผิวภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากสัดส่วนซึ่งมองไม่เห็นภายใน

03

น้ำพุที่เปลี่ยนรูปด้วยเวลาของตัวเอง

แบบที่เป็นแกนสำคัญของชุดนี้ทำให้หัวน้ำพุเดียวสลับระหว่างลำพุ่งกับรูปโล่โดยไม่ต้องมีผู้ยืนเปิดปิดวาล์ว ต้นทางน้ำไหลเข้าสู่ถังรับสองใบซึ่งวางบนคานหรือชุดถ่วง เมื่อถังด้านหนึ่งรับน้ำ น้ำหนักค่อยๆ เพิ่มจนสมดุลเปลี่ยน คานเอียงและพาท่อส่งน้ำย้ายจากทางหนึ่งไปยังอีกทาง รูปที่หัวจ่ายจึงเปลี่ยนทันที หลังจากนั้นน้ำในถังเดิมระบายออก ขณะที่อีกถังเริ่มรับน้ำ วงจรจึงสะสมแรงเพื่อสลับกลับ

ช่วงเวลาระหว่างการเปลี่ยนไม่ได้อาศัยนาฬิกาแยกต่างหาก แต่เกิดจากปริมาตรถัง อัตราน้ำเข้า ขนาดรูระบาย และตำแหน่งจุดหมุน หากรูระบายเล็ก ถังใช้เวลานานกว่าจะเต็มหรือว่างและรูปน้ำจะคงอยู่นาน หากรูใหญ่เกิน คานอาจขยับเร็วและวงจรไม่เสถียร การตั้งระบบจึงเป็นการกำหนดเวลาโดยใช้การไหลต่อเนื่องแปลงเป็นเหตุการณ์เป็นช่วงๆ สายน้ำภายนอกเปลี่ยนรูปเมื่อมวลภายในข้ามจุดสมดุลที่ช่างวางไว้

การเคลื่อนจากสถานะหนึ่งไปยังอีกสถานะหนึ่งต้องเกิดอย่างเด็ดขาด หากคานหยุดกึ่งกลาง น้ำอาจแบ่งเข้าทั้งสองทางและรูปทั้งคู่พร่าลง ช่างจึงใช้รูปทรงถัง จุดยึด และน้ำหนักถ่วงทำให้ระบบผ่านจุดกึ่งกลางอย่างรวดเร็ว เมื่อเอียงแล้ว น้ำที่เทออกยิ่งลดน้ำหนักด้านเดิมและช่วยให้การเปลี่ยนสมบูรณ์ กลไกเล็กๆ นี้ทำให้เครื่องมีความทรงจำสองสถานะ มันคงทางน้ำชุดหนึ่งไว้จนเงื่อนไขครบ แล้วจึงกระโดดไปอีกชุดก่อนเริ่มสะสมเวลาใหม่

04

น้ำพุคู่และบทแสดงที่เคลื่อนไหวพร้อมกัน

พี่น้องบนู มูซาขยายความคิดจากหัวเดียวไปสู่น้ำพุสองหัวที่ตั้งใกล้อ่างเก็บน้ำหรือในริวากซึ่งเป็นแนวโถงเปิดด้านหนึ่ง ตอนเริ่ม หัวหนึ่งพ่นเป็นรูปโล่ ขณะที่อีกหัวพ่นเป็นลำตรง เมื่อเวลาผ่านไป ระบบภายในสลับทางน้ำพร้อมกัน หัวแรกกลายเป็นลำและหัวที่สองแผ่เป็นโล่ จากนั้นทั้งคู่กลับสู่สภาพเดิม การเปลี่ยนที่ประสานกันทำให้ผู้ชมมองเห็นจังหวะของเครื่องได้ชัดกว่าน้ำพุหัวเดียว

เบื้องหลังภาพคู่คือถังสมดุลและท่อสองชุด น้ำจากแหล่งเดียวถูกส่งเข้าถังซึ่งผลัดกันยกและลด เมื่อคานเปลี่ยนตำแหน่ง ท่อที่เลี้ยงรูปโล่ของหัวแรกจะไปสัมพันธ์กับท่อสร้างลำของหัวที่สอง ส่วนอีกชุดทำตรงข้าม น้ำที่ไหลต่อเนื่องจึงไม่ได้ทำให้ทุกหัวทำงานเหมือนกัน แต่ถูกจัดเป็นความสัมพันธ์แบบสลับคู่ การออกแบบต้องรักษาอัตราไหลให้หัวทั้งสองดูสมดุล มิฉะนั้นด้านหนึ่งจะเด่นจนบทแสดงเสียจังหวะ

ตำรายังเสนอการจัดหัวใหญ่หนึ่งหัวกับหัวเล็กสองหัวหรือมากกว่า เมื่อหัวใหญ่พ่นลำ หัวเล็กแผ่เป็นโล่ และเมื่อหัวใหญ่เปลี่ยนเป็นโล่ หัวเล็กกลับพ่นลำ รูปแบบนี้สร้างลำดับชั้นทางสายตาเหมือนบทเพลงที่เสียงหลักกับเสียงรองตอบกัน ระบบท่อจึงทำหน้าที่คล้ายผู้กำกับการแสดง แจกจ่ายน้ำให้แต่ละหัวรับบทต่างกันในเวลาเดียวกัน แล้วสับเปลี่ยนบทโดยอาศัยกลไกเดียว

05

เมื่อลมและน้ำหมุนหัวจ่าย

น้ำพุอีกกลุ่มใช้การหมุนแทนคานถ่วง ใบพัดรับลมทำให้แกนกลางหมุน และแกนนั้นพาภาชนะหรือช่องรับน้ำเคลื่อนผ่านทางจ่ายสองชุด น้ำจึงผลัดกันเข้าสู่หัวที่ทำรูปสุสันนะฮ์กับหัวที่ทำลำตรง ตราบใดที่ลมยังพัด การหมุนจะพารูปน้ำเปลี่ยนเป็นจังหวะ ตำราเพิ่มทางเลือกให้สายน้ำตกกระทบใบพัดเมื่อไม่มีลม ทำให้แรงจากน้ำเองขับวงจรต่อไปได้

ในแบบหนึ่ง แกนหมุนพาอ่างรับน้ำไปตรงกับท่อคนละด้าน เมื่อน้ำตกลงอ่างแรก มันเดินทางไปยังหัวจ่ายชุดหนึ่ง เมื่อแกนหมุนต่อ อ่างหรือช่องเปิดไปตรงกับอีกท่อและรูปน้ำก็เปลี่ยน ในอีกแบบหนึ่ง น้ำหมุนเฟืองหรือเกลียวซึ่งค่อยๆ เปลี่ยนตำแหน่งปลอกวาล์ว ช่องภายในจึงเชื่อมกับท่อใหม่ทีละช่วง การหมุนต่อเนื่องถูกแปลงเป็นการเลือกทางน้ำสลับกันโดยไม่ต้องใช้แรงคน

พลังลมทำให้จังหวะของน้ำพุสัมพันธ์กับสภาพอากาศ ลมแรงเร่งการเปลี่ยน ลมอ่อนยืดช่วงแต่ละรูป ส่วนการใช้น้ำขับเปิดโอกาสให้จังหวะสม่ำเสมอกว่า การเสนอแหล่งกำลังสองแบบในตำราเดียวแสดงให้เห็นว่าผู้ออกแบบคิดถึงการติดตั้งในสถานที่ต่างกัน สวนเปิดรับลมได้ดี ขณะที่ลานหรือริวากซึ่งลมน้อยอาจใช้ความต่างระดับของน้ำ ระบบจึงถูกวางเป็นตระกูลของคำตอบ ไม่ใช่เครื่องสำเร็จเพียงรูปเดียว

06

วาล์ว แรงดัน และตรรกะการควบคุม

ภายในน้ำพุมีชิ้นส่วนซึ่งพี่น้องบนู มูซาใช้ซ้ำทั่วกิตาบุลหิยัล วาล์วทรงกรวยปิดรูได้แน่นเมื่อแรงกดลงตรงแกน ลูกลอยติดตามระดับของเหลวและดึงเชือกหรือคาน ท่อไซฟอนเริ่มระบายเมื่อผิวน้ำสูงข้ามยอด แล้วระบายต่อจนระดับลดถึงปากรับ ส่วนรูเล็กทำหน้าที่หน่วงเวลา ชิ้นส่วนแต่ละอย่างเรียบง่าย แต่เมื่อเชื่อมต่อกันจะกำหนดว่าเมื่อใดน้ำควรไหล หยุด หรือเปลี่ยนทาง

แรงดันอุทกสถิตเกิดจากความสูงของผิวน้ำเหนือหัวจ่าย หากระดับต้นทางสูงขึ้น น้ำออกเร็วและรูปพุ่งไกลขึ้น หากระดับตกลง รูปจะยุบ จึงต้องจัดถังต้นทางหรือการป้อนน้ำให้รักษาความสูงในช่วงเหมาะสม ขณะเดียวกัน ท่อแคบเพิ่มความต้านทานและชะลอการเติมถังจับเวลา ส่วนท่อใหญ่ลดการสูญเสียและส่งน้ำไปยังหัวจ่ายได้ฉับไว ความต่างระหว่างท่อควบคุมกับท่อแสดงผลเป็นแกนสำคัญของเครื่อง

ในภาษาวิศวกรรมปัจจุบัน น้ำพุเหล่านี้ประกอบด้วยตัวรับสภาวะ ตัวตัดสินใจ และตัวกระทำ แต่ในเครื่องคริสต์ศตวรรษที่ 9 หน้าที่เหล่านั้นรวมอยู่ในวัสดุเดียวกัน ระดับน้ำทำให้ลูกลอยเคลื่อน ลูกลอยเปลี่ยนคาน คานเปลี่ยนท่อ และทางน้ำใหม่เปลี่ยนระดับอีกครั้ง ผลของระบบจึงย้อนกลับไปกำหนดการทำงานรอบถัดไป ความฉลาดอยู่ที่การปล่อยให้น้ำหนัก ความดัน และแรงโน้มถ่วงส่งข่าวถึงกันโดยตรง

07

สวน ริวาก และฝีมือของช่างน้ำ

ตัวบทกล่าวถึงการติดตั้งน้ำพุในริวาก ใกล้อ่างเก็บน้ำ หรือในสถานที่ซึ่งมีทางนำน้ำอยู่แล้ว ภาพนี้พาเครื่องออกจากหน้าต้นฉบับไปสู่สถาปัตยกรรมของวังและสวน น้ำต้องมาจากถังที่วางสูง ราง หรือเครือข่ายส่งน้ำซึ่งให้แรงดันพอ อ่างเบื้องล่างรับน้ำกลับและลดการกระเซ็น ขณะที่กำแพง พื้น และแนวโถงกำหนดว่าผู้ชมจะเห็นรูปน้ำจากมุมใด เครื่องกลจึงเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบพื้นที่

การสร้างจริงต้องพึ่งช่างหลายแขนง ภาชนะโลหะต้องตีให้ได้รูปและบัดกรีไม่รั่ว ท่ออาจทำจากทองแดง ตะกั่ว หรือวัสดุซึ่งดัดและต่อได้ แกนหมุนต้องตรง รูกับปลอกต้องแนบพอดี และคานต้องมีจุดหมุนซึ่งเคลื่อนไหวโดยไม่กินแรงมาก ช่างก่อสร้างจัดฐานให้รับน้ำหนักและซ่อนถังกับท่อ ส่วนผู้ดูแลน้ำคอยกำจัดทราย ตะกอน และคราบซึ่งอุดช่องเล็ก ความงามเหนือพื้นจึงพึ่งแรงงานบำรุงรักษาใต้พื้นอย่างต่อเนื่อง

น้ำในเมืองอับบาซียะฮ์เป็นทั้งทรัพยากรและสัญลักษณ์ มันหล่อเลี้ยงผู้คน ชำระร่างกาย ทำให้สวนเย็น และแสดงความสามารถของผู้ปกครองในการจัดการภูมิทัศน์ น้ำพุที่เปลี่ยนรูปเพิ่มมิติของความประหลาดใจแก่หน้าที่เหล่านั้น ผู้ชมไม่ได้เห็นเพียงความอุดมสมบูรณ์ แต่เห็นน้ำถูกควบคุมให้เคลื่อนไหวเป็นจังหวะสม่ำเสมอ งานของพี่น้องบนู มูซาจึงเชื่อมวิทยาศาสตร์ราชสำนักเข้ากับประสบการณ์ทางเสียง แสง และอากาศในพื้นที่สาธารณะของวัง

08

ต้นฉบับที่พาเครื่องเดินทางข้ามเวลา

กิตาบุลหิยัลรอดมาถึงปัจจุบันผ่านสำเนาหลายสายซึ่งเก็บข้อความและภาพไม่เท่ากัน สำเนาในทอปกาปึ เบอร์ลิน โกทา วาติกัน และแหล่งอื่นทำให้นักตรวจชำระสามารถเปรียบเทียบอักษรกำกับชิ้นส่วน ตำแหน่งท่อ และข้อความที่ตกหล่น ภาพน้ำพุบางแบบสมบูรณ์กว่าจากสำเนาหนึ่ง ขณะที่คำอธิบายอีกช่วงต้องอาศัยอีกสำเนา การเดินทางของเครื่องจึงเกิดผ่านหมึก กระดาษ และการตัดสินใจของผู้คัด ก่อนจะมาถึงโรงพิมพ์สมัยใหม่

ฉบับตรวจชำระภาษาอาหรับของอะห์มัด ยูซุฟ อัลหะสัน ซึ่งจัดพิมพ์โดยสถาบันมรดกวิทยาศาสตร์อาหรับ มหาวิทยาลัยอะเลปโป ใน ค.ศ. 1981 นำสำเนามาเทียบและวาดแผนภาพใหม่ พร้อมบันทึกจุดที่ข้อความหรือภาพยังไม่ลงกัน งานแปลและคำอธิบายภาษาอังกฤษของโดนัลด์ อาร์. ฮิลล์ ตีพิมพ์ใน ค.ศ. 1979 ช่วยเรียงลำดับเครื่องและอธิบายศัพท์ช่างให้ผู้อ่านสากล สองฉบับนี้ทำงานคนละภาษาแต่ร่วมกันสร้างฐานสำหรับการศึกษากลไก

แผนภาพไม่ได้บอกขนาดจริงของทุกชิ้น ช่างจำลองจึงต้องกำหนดเส้นผ่านศูนย์กลางท่อ มุมหัวจ่าย ความจุถัง และน้ำหนักคานจากพฤติกรรมที่ข้อความระบุ การจำลองด้วยคอมพิวเตอร์สามารถทดสอบอัตราไหลและช่วงเวลา ส่วนแบบจำลองกายภาพเผยแรงเสียดทาน การรั่ว และความไม่เสถียรที่ภาพสองมิติไม่แสดง กระบวนการเหล่านี้ทำให้ต้นฉบับเก่าเป็นพื้นที่สนทนาระหว่างประวัติศาสตร์ภาษา วิศวกรรมของไหล และฝีมือช่างร่วมสมัย

09

มรดกของน้ำที่เปลี่ยนสถานะ

หลายศตวรรษหลังพี่น้องบนู มูซา อัลญะซะรีย์เขียนตำราเครื่องกลใน ฮ.ศ. 602 / ค.ศ. 1206 และกล่าวถึงน้ำพุซึ่งสืบการใช้วาล์ว ถังหมุน และการเปลี่ยนรูปของสายน้ำ งานของเขาวางเครื่องในบริบทราชสำนักอาร์ตุกิดและขยายรายละเอียดการประกอบไปอีกขั้น ความต่อเนื่องนี้แสดงว่าน้ำพุอัตโนมัติไม่ใช่เกร็ดโดดเดี่ยว แต่เป็นสาขาหนึ่งของวัฒนธรรมช่างซึ่งหมุนเวียนผ่านตำรา โรงช่าง และผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำในโลกอิสลาม

คุณค่าทางประวัติศาสตร์ของชุดน้ำพุอยู่ที่การเปลี่ยนการไหลต่อเนื่องให้เป็นพฤติกรรมไม่ต่อเนื่อง น้ำไหลตลอดเวลา แต่รูปภายนอกมีสองหรือหลายสถานะและสลับตามจังหวะ ระบบใช้ถัง คาน หรือแกนหมุนเก็บผลของการไหลไว้ชั่วคราว ก่อนปล่อยให้การสะสมนั้นเปลี่ยนทางน้ำทั้งหมด หลักการเดียวกันปรากฏในอุปกรณ์ควบคุมภายหลัง แม้วัสดุ แหล่งพลังงาน และภาษาคณิตศาสตร์จะต่างออกไป

เมื่อมองน้ำพุผ่านเรื่องราวทั้งชุด สิ่งสำคัญไม่ใช่การประกาศว่าเครื่องใดเป็นสิ่งแรกของโลก แต่คือวิธีที่พี่น้องบนู มูซาแบ่งปัญหาออกเป็นรูปหัวจ่าย การรักษาแรงดัน การจับเวลา และการเลือกทางน้ำ แล้วนำคำตอบกลับมาประกอบเป็นการแสดงที่ผู้ชมเข้าใจได้ทันที ลำพุ่งกลายเป็นโล่ โล่คลี่เป็นดอก และน้ำพุสองหัวแลกบทกันอยู่เบื้องหน้า ความงดงามจึงเป็นหน้าตาของตรรกะภายในเครื่อง และกิตาบุลหิยัลคือหลักฐานว่าการออกแบบเชิงระบบมีชีวิตอยู่ในโรงช่างแบกแดดเมื่อกว่าพันปีก่อน

ลำดับเหตุการณ์

เส้นเวลาและการเปลี่ยนแปลง

  1. ยุคอุปถัมภ์ของเคาะลีฟะฮ์อัลมะอ์มูน

    พี่น้องบนู มูซาเติบโตในเครือข่ายนักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักแปล และช่างของแบกแดด

  2. เรียบเรียงกิตาบุลหิยัล

    ตำรารวบรวมเครื่องกลประมาณหนึ่งร้อยแบบ รวมชุดน้ำพุที่สร้างรูปน้ำและสลับทางไหล

  3. อัลญะซะรีย์เขียนตำราเครื่องกล

    วัฒนธรรมการออกแบบน้ำพุ วาล์ว และระบบอัตโนมัติขยายต่อในบริบทราชสำนักอาร์ตุกิด

  4. สำรวจสำเนาต้นฉบับหลายสาย

    นักวิชาการเปรียบเทียบสำเนาจากอิสตันบูล เบอร์ลิน โกทา วาติกัน และแหล่งอื่นเพื่อฟื้นข้อความกับภาพ

  5. ฉบับแปลและอธิบายของโดนัลด์ อาร์. ฮิลล์

    การแปลภาษาอังกฤษจัดลำดับเครื่องและเปิดงานของพี่น้องบนู มูซาสู่การศึกษาประวัติศาสตร์วิศวกรรมวงกว้าง

  6. ฉบับตรวจชำระภาษาอาหรับ

    อะห์มัด ยูซุฟ อัลหะสันและคณะเผยแพร่ข้อความอาหรับพร้อมแผนภาพและบันทึกเปรียบเทียบสำเนา

  7. สร้างแบบจำลองและสื่อการเรียนรู้

    นักประวัติศาสตร์ ช่าง และวิศวกรใช้แบบจำลองกายภาพกับดิจิทัลเพื่อทดสอบจังหวะและรูปทรงของน้ำ

หลักฐานและแหล่งอ่านต่อ