← กลับสู่คลังอารยธรรมอิสลาม
แอสโทรเลบทองเหลืองจากโตเลโด สร้างใน ค.ศ. 1067

09 · AL-ANDALUS · ASTRONOMICAL INSTRUMENT · ค.ศ. 1067

แอสโทรเลบแห่งโตเลโด ค.ศ. 1067

แอสโทรเลบทองเหลืองจากโตเลโดชิ้นนี้สร้างโดยอิบรอฮีม อิบนุ สะอีด อัศศะฮ์ลี เมื่อ ฮ.ศ. 459 / ค.ศ. 1067 โดยมีจารึกอักษรกูฟีย์บันทึกชื่อช่าง เมือง และปีไว้บนวัตถุอย่างชัดเจน แผ่นคำนวณสองหน้าหลายแผ่นทำให้เครื่องรองรับละติจูดได้สิบเอ็ดค่า ตั้งแต่มักกะฮ์และมะดีนะฮ์ไปจนถึงโตเลโดและนครต่างๆ ของอันดะลุส แอฟริกาเหนือ และตะวันออกกลาง วัตถุชิ้นเดียวนี้จึงรวมดาราศาสตร์ เรขาคณิต งานโลหะ การกำหนดเวลา และภูมิศาสตร์ของโลกเมืองอิสลามไว้ในเครื่องมือที่ผู้ใช้ถือได้ด้วยมือเดียว

01

โตเลโดในยุครัฐไฏฟะฮ์

หลังเคาะลีฟะฮ์แห่งกุรฏุบะฮ์สลายตัวในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 11 อันดะลุสแตกออกเป็นรัฐไฏฟะฮ์หลายแห่ง โตเลโดหรือฏุลัยฏุละฮ์อยู่ภายใต้ราชวงศ์บนูซินนูน และมีอัลมะอ์มูน ยะห์ยา อิบนุ อิสมาอีลเป็นผู้ปกครองระหว่าง ค.ศ. 1043–1075 เมืองตั้งอยู่บนหน้าผาเหนือแม่น้ำตาฆุส ควบคุมเส้นทางระหว่างที่ราบตอนกลางกับเมืองทางใต้ จึงเป็นทั้งป้อม ตลาด และราชสำนักที่แข่งขันกับเพื่อนบ้าน

การแข่งขันระหว่างรัฐไฏฟะฮ์ไม่ได้เกิดเฉพาะในสนามรบ ผู้ปกครองดึงกวี นักกฎหมาย แพทย์ นักดาราศาสตร์ และช่างฝีมือเข้าสู่ราชสำนักเพื่อสร้างชื่อเสียงกับความสามารถทางบริหาร โตเลโดมีรากวิชาการจากยุคเคาะลีฟะฮ์และเชื่อมคนหลายศาสนาเข้ากับภาษาอาหรับซึ่งใช้ในงานวิทยาศาสตร์ วัฒนธรรมเช่นนี้ทำให้เครื่องมือคำนวณท้องฟ้าเป็นทั้งสิ่งใช้งาน วัตถุแสดงความรู้ และผลงานช่างชั้นสูง

แอสโทรเลบของอัศศะฮ์ลีเกิดขึ้นก่อนกองทัพอัลฟอนโซที่ 6 เข้าครองโตเลโดใน ฮ.ศ. 478 / ค.ศ. 1085 เกือบสองทศวรรษ ลำดับเวลานี้สำคัญเพราะแสดงว่าเมืองมีช่างผู้ผลิตเครื่องมือดาราศาสตร์ซับซ้อนอยู่แล้วก่อนยุคการแปลภาษาละตินที่มีชื่อเสียงในคริสต์ศตวรรษที่ 12 วัตถุจึงเป็นหลักฐานของโลกวิชาการอันดะลุสเดิมซึ่งต่อมากลายเป็นฐานให้ความรู้เดินทางข้ามภาษา

02

ชื่อช่าง เมือง และปีบนแผ่นทองเหลือง

จารึกบนวัตถุระบุว่าอิบรอฮีม อิบนุ สะอีด อัศศะฮ์ลีเป็นผู้สร้างที่โตเลโดในเดือนชะอ์บาน ฮ.ศ. 459 / มิถุนายน ค.ศ. 1067 ชื่ออัศศะฮ์ลีปรากฏบนเครื่องมือดาราศาสตร์หลายชิ้นจากช่วงกลางถึงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 11 แสดงว่าผู้สร้างไม่ได้ทำงานเพียงครั้งเดียว เขามีเวิร์กช็อปหรือสายงานช่างที่สามารถออกแบบ หล่อ ขัด และสลักชิ้นส่วนซึ่งต้องประกบกันอย่างแม่นยำ

อักษรกูฟีย์ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเครื่องประดับอย่างเดียว จารึกชื่อดาว เมือง ละติจูด ตัวเลข และเครื่องหมายปฏิทินคือส่วนของระบบอ่านค่า ผู้สร้างต้องวางตัวอักษรให้พอดีกับวงกลมและเส้นเรขาคณิตโดยไม่รบกวนกลไก การเขียนกับการคำนวณจึงอยู่บนพื้นผิวเดียวกัน ผู้ใช้สัมผัสชื่อช่างทุกครั้งที่ถอดแผ่นหรือพลิกเครื่อง ทำให้ผลงานเก็บความทรงจำของผู้ผลิตไว้พร้อมหน้าที่ทางวิทยาศาสตร์

เครื่องมือที่ลงชื่อและลงปีเช่นนี้ช่วยให้ติดตามประวัติเทคโนโลยีได้ละเอียดกว่าตำราซึ่งคัดลอกต่อกันหลายรุ่น รูปทรงของตัวอักษร วิธีแบ่งมาตรา และแบบตัวชี้ดาวสามารถเปรียบเทียบกับผลงานอื่นของอัศศะฮ์ลีและช่างร่วมสมัย ความคล้ายกับความต่างเผยการถ่ายทอดแบบงาน การทดลอง และความชำนาญเฉพาะของเวิร์กช็อปในโตเลโด

03

การวางท้องฟ้าทรงกลมลงบนระนาบ

แอสโทรเลบแบบระนาบสร้างแผนภาพท้องฟ้าด้วยการฉายภาพสเตริโอกราฟิก หลักการนี้ถ่ายทอดตำแหน่งบนทรงกลมฟ้าลงสู่แผ่นวงกลมโดยรักษาความสัมพันธ์เชิงมุมที่จำเป็นต่อการคำนวณ เส้นศูนย์สูตร เส้นสุริยวิถี ขอบฟ้า และวงความสูงจึงปรากฏเป็นวงกับส่วนโค้งซึ่งซ้อนกันได้ เมื่อส่วนจำลองดาวหมุนเหนือแผ่นละติจูด ผู้ใช้เห็นการเคลื่อนประจำวันของท้องฟ้าในแบบย่อส่วน

ความรู้เบื้องหลังเครื่องมือนี้มีรากจากดาราศาสตร์กรีกและได้รับการพัฒนาต่อในภาษาอาหรับ นักคณิตศาสตร์อธิบายการสร้างเส้นฉาย นักดาราศาสตร์จัดพิกัดดาว ส่วนช่างเปลี่ยนข้อความกับตารางให้เป็นทองเหลืองที่หมุนได้ การเดินทางของแอสโทรเลบเข้าสู่อันดะลุสจึงไม่ได้เป็นการรับวัตถุสำเร็จรูปจากตะวันออก แต่เป็นการรับหลักการแล้วสร้างแบบซึ่งตอบเมือง ละติจูด และวิธีทำงานของผู้ใช้ในคาบสมุทรไอบีเรีย

เครื่องมือไม่แทนท้องฟ้าทั้งหมด ดาวจำนวนมากต้องคัดเลือกให้พอดีกับตัวชี้ ส่วนเส้นบางชุดเหมาะกับละติจูดเฉพาะ ความสามารถของแอสโทรเลบเกิดจากการย่อข้อมูลอย่างมีระบบ ผู้ใช้เรียนรู้ว่าตัวชี้ใดแทนดาว เส้นใดแทนขอบฟ้า และวงใดใช้กับวันที่ เมื่อตีความส่วนต่างๆ ร่วมกัน แผ่นโลหะนิ่งจึงกลายเป็นแบบจำลองเวลาที่หมุนตามฟากฟ้า

04

เรือนแม่ แผ่นละติจูด และใยแมงมุม

โครงหลักเรียกอัลอุมม์ (الأم) หรือเรือนแม่ เป็นแผ่นหนาที่ขอบยกขึ้นเพื่อรับชิ้นส่วนอื่น ด้านในวางแผ่นละติจูดซึ่งสลักเส้นขอบฟ้า วงความสูง และทิศต่างๆ เหนือขึ้นมาคืออัลอันกะบูต (العنكبوت) แปลว่าใยแมงมุม หรือส่วนหมุนโปร่งที่รู้จักในภาษาอังกฤษว่า rete ปลายแฉกของมันชี้ดาวสว่าง ขณะที่วงเยื้องศูนย์แสดงเส้นสุริยวิถี

หมุดกลางกับลิ่มยึดชิ้นส่วนให้หมุนร่วมแกนได้ ด้านหน้ามีไม้บรรทัดสำหรับอ่านตำแหน่ง ส่วนด้านหลังมีอัลอิดาดะฮ์หรือแขนเล็ง หมุนผ่านมาตราองศาบนขอบ ผู้ใช้แขวนเครื่องให้ตั้งตรง รับแนวแสงดวงอาทิตย์หรือเล็งดาวผ่านช่อง แล้วนำมุมความสูงที่ได้ไปตั้งบนด้านหน้า อัลอิดาดะฮ์กับไม้บรรทัดซึ่งอยู่กับวัตถุปัจจุบันเป็นส่วนเพิ่มจากยุคหลัง การสังเกตจากโลกจริงจึงเชื่อมเข้ากับแบบจำลองบนระนาบผ่านการพลิกเครื่องเพียงครั้งเดียว

แต่ละส่วนต้องบางพอให้หมุนคล่องและแข็งพอรักษารูป วงแหวนแขวนต้องรับน้ำหนักโดยไม่ทำให้หน้าปัดเอียง หมุดกลางต้องตรง ส่วนขอบต้องกดแผ่นไว้โดยไม่ฝืด ความแม่นยำจึงขึ้นกับทั้งเรขาคณิตและคุณภาพงานช่าง หากเส้นอยู่ผิดตำแหน่งเพียงเล็กน้อยหรือแผ่นโก่ง การอ่านเวลาและมุมจะคลาดตามไปด้วย

05

สิบเอ็ดละติจูดและแผนที่ของนคร

ขอบฟ้าบนท้องฟ้าเปลี่ยนตามละติจูด ผู้สังเกตที่มักกะฮ์เห็นเส้นทางดาวต่างจากผู้สังเกตที่โตเลโด แอสโทรเลบจึงต้องมีแผ่นคำนวณเฉพาะพื้นที่ ชิ้นนี้ใช้แผ่นสองหน้าหลายแผ่นร่วมกับพื้นเรือนแม่ รองรับละติจูดสิบเอ็ดค่า ผู้เดินทางหรือผู้ใช้ในหลายเมืองสามารถเลือกหน้าที่ตรงกับตำแหน่งแล้ววางส่วนใยแมงมุมชุดเดิมทับลงไป

จารึกเชื่อมค่าละติจูดกับนครที่รู้จัก ตั้งแต่มักกะฮ์ราว 22 องศา มะดีนะฮ์ราว 25 องศา และไคโรราว 30 องศา ไปจนถึงกูฟะฮ์ แบกแดด ดามัสกัส ฟาซ กุรฏุบะฮ์ อิชบีลียะฮ์ ฆ็อรนาเฏาะฮ์ โตเลโด ซะระกุสเฏาะฮ์ และเมืองอื่นในอันดะลุส รายชื่อเหล่านี้เปลี่ยนแผ่นโลหะให้เป็นภูมิศาสตร์ของเมืองศาสนา การค้า การปกครอง และวิชาการที่เชื่อมกันด้วยการคำนวณท้องฟ้า

ค่าที่สลักสะท้อนตารางภูมิศาสตร์ในสมัยนั้นและอาจต่างจากพิกัดสมัยใหม่เล็กน้อย ความสำคัญอยู่ที่ผู้สร้างสามารถจัดแผ่นซึ่งใช้ได้จริงกับช่วงละติจูดกว้าง วัตถุชิ้นเดียวจึงไม่ถูกจำกัดไว้สำหรับโตเลโด แม้ชื่อเมืองผู้ผลิตปรากฏเด่นบนจารึก โครงสร้างภายในกลับเปิดพื้นที่ให้ผู้ใช้จินตนาการถึงการเดินทางจากคาบสมุทรไอบีเรียข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไปยังนครศูนย์กลางของโลกอิสลาม

06

จากมุมดาวสู่เวลาและกิจวัตร

การใช้งานเริ่มจากการสังเกตความสูงของดวงอาทิตย์หรือดาวที่รู้จัก แล้วเลือกแผ่นละติจูดให้ตรงสถานที่ ผู้ใช้หมุนส่วนใยแมงมุมกับไม้บรรทัดจนตำแหน่งดาวบนเครื่องสัมพันธ์กับมุมที่วัดได้ จากนั้นอ่านเวลาท้องถิ่น ตำแหน่งบนสุริยวิถี เวลาขึ้นตก หรือความสัมพันธ์กับขอบฟ้า ขั้นตอนนี้ต้องอาศัยทั้งความชำนาญในการเล็งและความรู้เรื่องปฏิทินกับดาว

ในสังคมเมือง ข้อมูลดังกล่าวมีประโยชน์ต่อการกำหนดเวลาละหมาด การจัดตารางกลางวันกับกลางคืน และการสอนดาราศาสตร์ แอสโทรเลบยังช่วยแก้โจทย์ความสูง ระยะเชิงมุม และปัญหาเรขาคณิตบางชนิดเมื่อใช้ร่วมกับวิธีคำนวณ เครื่องมือมีความสามารถหลายด้าน แต่การใช้จริงขึ้นกับผู้ถือ ตำรา และบริบท ไม่ใช่ทุกคนต้องใช้ทุกมาตราที่สลักอยู่บนแผ่นเดียวกัน

การกำหนดเวลาในคริสต์ศตวรรษที่ 11 ผูกกับการสังเกตธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เงา แสงสนธยา การเคลื่อนของดาว และความสูงดวงอาทิตย์สร้างจังหวะให้ศาสนกิจ ตลาด และการเดินทาง แอสโทรเลบไม่ได้แทนสายตาของผู้สังเกต หากช่วยจัดความสัมพันธ์เหล่านั้นให้อยู่ในระบบที่ตรวจซ้ำและถ่ายทอดได้ ครูจึงสามารถใช้เครื่องอธิบายท้องฟ้า ขณะที่ผู้ชำนาญนำผลสังเกตไปเทียบกับตารางดาราศาสตร์

07

เรขาคณิตที่เกิดจากไฟ ค้อน และเหล็กสลัก

ทองเหลืองเหมาะกับเครื่องมือเพราะหล่อได้ ขัดผิวได้ และคงรูปดีกว่าไม้เมื่อความชื้นเปลี่ยน ช่างเริ่มจากเตรียมโลหะแล้วสร้างแผ่นกับเรือนแม่ให้ได้ความหนาสม่ำเสมอ พื้นผิวถูกกลึงหรือขัดเป็นวงร่วมศูนย์ ก่อนนักออกแบบถ่ายเส้นคำนวณลงบนแต่ละหน้า กระบวนการต้องวนระหว่างการวัด การสลัก และการลองประกอบ ไม่สามารถแยกช่างโลหะออกจากผู้รู้เรขาคณิตได้อย่างเด็ดขาด

ส่วนใยแมงมุมยากเป็นพิเศษ เพราะต้องตัดพื้นที่ว่างออกจำนวนมากโดยยังรักษาวงสุริยวิถีกับตัวชี้ดาวยี่สิบสี่จุดให้แข็งแรง ปลายตัวชี้ต้องลงตรงพิกัดดาวและไม่เกี่ยวกับแผ่นด้านล่าง เมื่อหมุนแล้ว ทุกส่วนควรผ่านกันอย่างราบรื่น งานประดับจึงเกิดภายในข้อจำกัดทางกล ความงามของโครงโปร่งมาจากการที่ช่างทำให้เส้นคำนวณรับหน้าที่เป็นโครงสร้างไปพร้อมกัน

รอยเครื่องมือขนาดเล็กบนทองเหลืองบันทึกจังหวะมือของผู้ผลิต เส้นที่แก้ ตำแหน่งหมุด และความต่างของอักษรช่วยให้นักประวัติศาสตร์เปรียบเทียบลำดับการทำงานได้ แอสโทรเลบจึงเป็นตำราที่เขียนด้วยการผลิต ไม่เพียงเก็บคำอธิบายเรื่องดาว แต่ยังเก็บมาตรฐานของเวิร์กช็อป การแบ่งหน้าที่ และระดับความแม่นยำที่ช่างโตเลโดทำได้ใน ฮ.ศ. 459 / ค.ศ. 1067

08

ดาราศาสตร์อันดะลุสและเครือข่ายผู้รู้

คริสต์ศตวรรษที่ 11 เป็นยุคที่นักดาราศาสตร์อันดะลุสตรวจตารางดาว สร้างเครื่องมือ และพัฒนาวิธีสังเกตในหลายราชสำนัก อัซซัรกอลีย์ซึ่งทำงานในโตเลโดเป็นบุคคลร่วมยุคที่มีชื่อเสียงจากตารางดาราศาสตร์กับเครื่องมือ แม้หลักฐานที่มีไม่ยืนยันว่าเขาร่วมผลิตแอสโทรเลบชิ้นนี้ การอยู่ในเมืองและช่วงเวลาใกล้กันแสดงถึงสภาพแวดล้อมซึ่งนักคำนวณกับช่างสามารถแลกเปลี่ยนโจทย์ วัสดุ และความต้องการของผู้ใช้

ความรู้ไม่ได้เดินทางผ่านราชสำนักอย่างเดียว ตำรา ผู้เรียน พ่อค้า ช่าง และนักการทูตเคลื่อนระหว่างกุรฏุบะฮ์ โตเลโด ซะระกุสเฏาะฮ์ บาเลนเซีย แอฟริกาเหนือ และเมืองตะวันออก เครื่องมือที่มีแผ่นสำหรับหลายละติจูดสะท้อนโลกเคลื่อนที่เช่นนั้น รายชื่อเมืองบนแผ่นทำหน้าที่เหมือนสารบัญของเครือข่ายซึ่งมีระบบอ่านดาวร่วมกัน แม้แต่ละเมืองจะอยู่ภายใต้ผู้ปกครองต่างราชวงศ์

ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 11 อัศศะฮ์ลีกับมุฮัมมัด บุตรของเขา ยังมีชื่อเชื่อมกับลูกโลกท้องฟ้าซึ่งปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กาลิเลโอในฟลอเรนซ์ ผลงานหลายชนิดบอกว่าเวิร์กช็อปไม่ได้จำกัดตัวเองไว้กับแบบเดียว การสร้างทั้งแอสโทรเลบและลูกโลกต้องใช้พิกัดดาวชุดเดียวกันในรูปทรงต่างกัน จึงเผยความสามารถในการแปลงข้อมูลจากตำราสู่เครื่องมือหลายประเภท

09

จากโตเลโดสู่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติสเปน

หลังโตเลโดเปลี่ยนอำนาจใน ฮ.ศ. 478 / ค.ศ. 1085 ภาษาอาหรับ ละติน ฮีบรู และภาษาพื้นถิ่นยังพบกันในเมือง นักแปลคริสต์ศตวรรษที่ 12 ถ่ายทอดตำราดาราศาสตร์อาหรับสู่ภาษาละติน และศัพท์เกี่ยวกับแอสโทรเลบจำนวนมากเดินทางตามไป วัตถุของอัศศะฮ์ลีเกิดก่อนกระบวนการนี้ แต่การคงอยู่ของมันทำให้เห็นสิ่งที่นักแปลกับช่างยุโรปรุ่นหลังเคยพบ ทั้งโครงสร้างเครื่องและคำศัพท์ซึ่งมีประวัติการใช้งานมาก่อนแล้ว

ปัจจุบันแอสโทรเลบอยู่ในพิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งชาติสเปนที่มาดริด เลขทะเบียน 50762 ตัววัตถุมีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 24.2 เซนติเมตร ขนาดดังกล่าวใหญ่พอให้สลักมาตราละเอียดและยังถือเคลื่อนย้ายได้ การจัดแสดงร่วมกับศิลปวัตถุอันดะลุสทำให้เครื่องมือวิทยาศาสตร์อยู่ในเรื่องเดียวกับเหรียญ จารึก สถาปัตยกรรม และชีวิตเมือง ไม่ถูกแยกเป็นเทคโนโลยีไร้บริบท

มรดกสำคัญของชิ้นงานอยู่ที่การประสานความรู้หลายระดับ แผ่นละติจูดเก็บภูมิศาสตร์ ส่วนใยแมงมุมเก็บพิกัดดาว จารึกเก็บภาษา และทองเหลืองเก็บฝีมือของเวิร์กช็อป เมื่อองค์ประกอบเหล่านี้หมุนรอบหมุดเดียวกัน โลกการเมืองของรัฐไฏฟะฮ์กับท้องฟ้าที่ผู้คนทุกเมืองมองเห็นจึงมาพบกัน แอสโทรเลบแห่งโตเลโดทำให้ประวัติวิทยาศาสตร์ปรากฏเป็นวัตถุซึ่งมีน้ำหนัก รอยมือ และชื่อผู้สร้าง

ลำดับเหตุการณ์

เส้นเวลาและการเปลี่ยนแปลง

  1. เคาะลีฟะฮ์กุรฏุบะฮ์สลายตัว

    อันดะลุสแตกเป็นรัฐไฏฟะฮ์ และโตเลโดกลายเป็นราชสำนักสำคัญตอนกลางคาบสมุทร

  2. รัชสมัยอัลมะอ์มูนแห่งโตเลโด

    ราชสำนักบนูซินนูนอุปถัมภ์ผู้รู้ กวี แพทย์ และงานคำนวณ

  3. อัศศะฮ์ลีสร้างแอสโทรเลบ

    จารึกระบุชื่อผู้สร้าง โตเลโด และปีผลิตบนเครื่องทองเหลือง

  4. เวิร์กช็อปสร้างเครื่องมือหลายชนิด

    ผลงานที่ลงชื่ออัศศะฮ์ลีและบุตรเผยความต่อเนื่องของงานช่างดาราศาสตร์

  5. โตเลโดเปลี่ยนอำนาจ

    อัลฟอนโซที่ 6 เข้าครองเมือง ขณะที่ความรู้ภาษาอาหรับยังคงหมุนเวียนในคาบสมุทร

  6. ตำราดาราศาสตร์เข้าสู่ภาษาละติน

    เครือข่ายนักแปลในโตเลโดถ่ายทอดศัพท์ ตาราง และวิธีใช้เครื่องมือจากภาษาอาหรับ

  7. เข้าสู่คอลเลกชันแห่งชาติ

    แอสโทรเลบได้รับทะเบียน 50762 ในพิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งชาติสเปน

หลักฐานและแหล่งอ่านต่อ