← กลับสู่คลังอารยธรรมอิสลาม
แผนภาพนาฬิกาช้างในสำเนาตำราของอัลญะซะรีย์

24 · JAZIRA · WATER CLOCK · ค.ศ. 1206

นาฬิกาช้างของอัลญะซะรีย์

ใน ฮ.ศ. 602 / ค.ศ. 1206 อิสมาอีล อัลญะซะรีย์ปิดต้นฉบับตำราเครื่องกลซึ่งเกิดจากการทำงานในราชสำนักอาร์ตุกิดแห่งอามิด หนึ่งในเครื่องที่ทำให้โลกของเขาปรากฏชัดที่สุดคือนาฬิกาช้าง นาฬิกาน้ำเรือนนี้ซ่อนชามเจาะรูไว้ในอ่างภายในลำตัวช้าง แล้วเชื่อมการจมของชามเข้ากับเชือก คาน ลูกโลหะ รูปงู คนขี่ช้าง และหอแสดงเวลา เมื่อเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง น้ำจะพาเครื่องทั้งชุดเคลื่อนไหวตามลำดับ เสียงกระทบกับท่าทางของหุ่นทำให้เวลาที่มองไม่เห็นกลายเป็นเหตุการณ์ต่อหน้าผู้ชม นาฬิกาช้างจึงเป็นทั้งมาตรวัด การแสดงในราชสำนัก งานช่างของของไหล และภาพแทนโลกซึ่งวัสดุ รูปสัตว์ และภาษาศิลปะจากหลายภูมิภาคถูกประกอบอยู่บนเครื่องเดียวกัน

01

อามิดและราชสำนักอาร์ตุกิด

อัลญะซะรีย์ทำงานอยู่ในดียารบักร์ตอนเหนือของญะซีเราะฮ์ ดินแดนระหว่างต้นน้ำไทกริสกับยูเฟรทีสซึ่งเชื่อมอนาโตเลีย ซีเรีย อิรัก และอิหร่าน เมืองอามิด หรือดียารบักร์ในปัจจุบัน เป็นศูนย์อำนาจของสาขาหนึ่งแห่งราชวงศ์อาร์ตุกิด กำแพงบะซอลต์ ประตูเมือง ตลาด และเส้นทางการค้าทำให้ราชสำนักแห่งนี้อยู่ท่ามกลางการแลกเปลี่ยนคน วัตถุดิบ และความรู้ทางช่าง แม้การเมืองภูมิภาคจะเคลื่อนผ่านแรงกดดันจากเซลจูก เซนกี และอัยยูบียะฮ์ แต่อาร์ตุกิดยังรักษาพื้นที่อุปถัมภ์ศิลปะ สถาปัตยกรรม และวิศวกรรมไว้ได้

อัลญะซะรีย์ระบุในคำนำตำราว่าเขารับใช้เจ้านายอาร์ตุกิดและบรรพบุรุษของเจ้านายผู้นั้นเป็นเวลายาวนาน งานของเขาจึงไม่ใช่การคาดเดาจากห้องเขียนหนังสือเพียงอย่างเดียว แต่เกิดในวังซึ่งต้องใช้ช่างไม้ ช่างโลหะ คนทำภาชนะ คนหล่อท่อ และผู้ดูแลเครื่องร่วมกัน ราชสำนักต้องการทั้งอุปกรณ์ใช้สอย เครื่องบอกเวลา ภาชนะสำหรับงานเลี้ยง น้ำพุ และเครื่องแสดงความพิศวง ความต้องการเหล่านี้เปิดพื้นที่ให้ความรู้ด้านน้ำหนัก แรงดัน สมดุล และการเคลื่อนที่กลายเป็นงานที่มองเห็นและใช้งานได้จริง

นาฬิกาช้างอยู่ตรงรอยต่อระหว่างหน้าที่เหล่านั้น มันบอกช่วงเวลา แต่ขณะเดียวกันก็จัดฉากให้ลูกโลหะตก รูปงูเคลื่อน คนขี่ช้างตีกลอง และบุคคลเหนือหอแสดงสัญญาณ ผู้ชมไม่จำเป็นต้องเห็นอ่างน้ำหรือเชือกภายในก็รับรู้ได้ว่าเวลาครบช่วงหนึ่งแล้ว เครื่องจึงเหมาะกับโถงราชสำนักซึ่งการรับรองแขก พิธี และตารางกิจกรรมต้องการทั้งระเบียบกับการแสดงสถานะของผู้อุปถัมภ์

02

ตำราเครื่องกลที่เสร็จใน ฮ.ศ. 602 / ค.ศ. 1206

ตำราของอัลญะซะรีย์มีชื่อภาษาอาหรับว่า كتاب في معرفة الحيل الهندسية หรือกิตาบ ฟี มะอ์ริฟะติลหิยัล อัลฮันดะซียะฮ์ ซึ่งอธิบายได้ว่าเป็นหนังสือว่าด้วยความรู้เรื่องกลวิธีทางวิศวกรรม งานแบ่งเครื่องออกเป็นหกหมวดและบรรยายอุปกรณ์ราวห้าสิบแบบ ตั้งแต่นาฬิกาน้ำกับนาฬิกาเทียน ภาชนะสำหรับรินและล้างมือ น้ำพุ เครื่องยกน้ำ ไปจนถึงประตูกับเครื่องมือวัด แต่ละบทเดินจากรายการวัสดุ รูปทรง และสัดส่วน ไปสู่ขั้นประกอบและลำดับการทำงาน

อัลญะซะรีย์เขียนในฐานะช่างผู้สะสมประสบการณ์ เขากล่าวถึงแบบของคนก่อนหน้า ทั้งขนบเครื่องกลกรีกซึ่งส่งผ่านภาษาอาหรับ เครื่องน้ำที่ผูกกับชื่ออาร์คิมิดีสเทียม งานของพี่น้องบนู มูซา และช่างในภูมิภาค แต่เมื่อรับแบบเดิมมา เขามักปรับตำแหน่งวาล์ว ลูกลอย รอก และการแสดงผลเพื่อให้เครื่องทำงานได้มั่นคงขึ้น สิ่งสำคัญในตำราจึงไม่ใช่รายชื่อผู้คิดค้นแบบโดดเดี่ยว หากเป็นความต่อเนื่องของโรงช่างซึ่งทดลอง ซ่อม และถ่ายทอดกลไกข้ามหลายศตวรรษ

นาฬิกาช้างปรากฏในหมวดนาฬิกาน้ำและถูกอธิบายเป็นเครื่องทั้งระบบ ภาพแสดงโครงสร้างภายนอกอย่างชัดเจน ขณะที่ข้อความพาผู้อ่านเข้าไปยังอ่างน้ำ ชามลอย เชือก คาน และช่องเก็บลูกโลหะภายใน ความสัมพันธ์ระหว่างภาพกับคำอธิบายทำให้ตำรามีลักษณะคล้ายคู่มือสร้างเครื่อง แต่มันยังเป็นงานศิลปะของราชสำนัก เพราะสี เสื้อผ้า รูปสัตว์ และสถาปัตยกรรมบนหน้ากระดาษบอกว่าการออกแบบกลไกกับการออกแบบภาพไม่เคยแยกจากกัน

03

ช้าง หอ และเครื่องจักรที่ซ่อนอยู่ภายใน

ฐานของเครื่องทำเป็นรูปช้าง ภายในลำตัวมีอ่างบรรจุน้ำและชามก้นลึกซึ่งลอยอยู่บนผิวน้ำ ชามมีรูขนาดเล็กให้น้ำค่อยๆ ซึมเข้า อัตราการไหลผ่านรูเป็นตัวกำหนดช่วงเวลา เหนือหลังช้างตั้งหอหรือเรือนแสดงซึ่งเก็บลูกโลหะเรียงไว้ ด้านข้างมีรูปงูสองตัวรับลูก ส่วนด้านหน้ามีคนขี่ช้างกับอุปกรณ์ให้สัญญาณ องค์ประกอบภายนอกทั้งหมดผูกเข้ากับชามภายในด้วยเชือกและคานที่ซ่อนไว้

การใช้รูปช้างทำให้ตัวเรือนมีปริมาตรพอสำหรับอ่างน้ำและกลไก พร้อมมอบฐานที่มั่นคงแก่หอสูง น้ำหนักของส่วนบนต้องถูกถ่ายลงโครงโดยไม่บีบเชือกหรือรบกวนอ่าง การประกอบจริงจึงต้องอาศัยความชำนาญมากกว่าภาพสองมิติ ช่างต้องกำหนดว่าผนังช้างเปิดซ่อมตรงไหน เชือกผ่านรอกโดยไม่เสียดสีอย่างไร และลูกโลหะมีน้ำหนักมากพอให้รูปงูเอียง แต่ไม่มากจนชิ้นส่วนกระแทกเสียหาย

สิ่งที่ผู้ชมเห็นคือรูปสัตว์กับบุคคล ส่วนสิ่งที่ควบคุมเวลาคือคุณสมบัติของน้ำ แรงโน้มถ่วง และสัดส่วน รูเล็กในชามทำหน้าที่เป็นตัวหน่วง ชามแปลงเวลาที่สะสมเป็นการเคลื่อนแนวดิ่ง เชือกส่งแรงขึ้นสู่หอ ลูกโลหะเก็บพลังงานศักย์ไว้จนถึงจังหวะปล่อย และรูปงูทำหน้าที่ทั้งรับลูกกับดึงระบบกลับ เครื่องจึงประกอบด้วยชิ้นส่วนซึ่งมีบทบาทต่อกัน ไม่มีส่วนแสดงผลใดเคลื่อนไหวได้หากวงจรด้านในขาดตอน

04

ครึ่งชั่วโมงจากหยดน้ำสู่เสียงกลอง

เมื่อเริ่มรอบ ชามว่างลอยอยู่ในอ่าง น้ำซึมผ่านรูเล็กอย่างต่อเนื่องและเพิ่มน้ำหนักชามทีละน้อย ตลอดช่วงนี้เครื่องภายนอกยังนิ่ง ความเงียบคือส่วนหนึ่งของการทำงาน เพราะมันทำให้เหตุการณ์เมื่อครบเวลาชัดเจนขึ้น เมื่อปริมาณน้ำถึงจุดที่แรงลอยตัวพยุงชามไม่ไหว ชามจะจมและดึงเชือกลง การเคลื่อนระยะสั้นด้านล่างถูกส่งผ่านระบบคานไปปลดลูกโลหะหนึ่งลูกจากรางด้านบน

ลูกโลหะกลิ้งเข้าสู่ปากรูปงู น้ำหนักของมันทำให้งูเอียงลง การเอียงนี้ไม่ใช่เพียงการแสดงเลียนแบบสัตว์ แต่เป็นจังหวะส่งแรงซึ่งดึงชามที่จมกลับขึ้นจากอ่าง ระหว่างเหตุการณ์เดียวกัน เชือกอีกชุดขยับรูปบุคคลในหอและทำให้คนขี่ช้างกระทบกลองหรือเครื่องให้เสียง เครื่องจึงแปลงการซึมของน้ำซึ่งช้าและมองไม่เห็นเป็นการเคลื่อนไหวรวดเร็วพร้อมเสียงที่ผู้คนทั่วห้องรับรู้ได้

อัลญะซะรีย์กำหนดรอบการแสดงโดยประมาณครึ่งชั่วโมง ลูกโลหะจึงทำหน้าที่เป็นทั้งน้ำหนักขับกลไกและหน่วยนับจำนวนรอบ หากลูกถูกปล่อยสลับด้าน รูปบุคคลหรือช่องแสดงด้านซ้ายกับขวาจะบอกความก้าวหน้าของชั่วโมง การกำหนดช่วงไม่เกิดจากเฟืองนาฬิกาแบบยุคใหม่ แต่อาศัยการปรับรู ปริมาตรชาม คุณสมบัติน้ำ และสมดุลของเชือกให้ชามใช้เวลาตามต้องการก่อนจม

05

การคืนชามและวงจรที่เริ่มต้นใหม่

หลังรูปงูรับลูกและเอียงลง เชือกที่ผูกกับงูจะยกชามขึ้นพ้นน้ำ ชามต้องพลิกหรือเทน้ำที่รับไว้จนกลับมาเบา จากนั้นรูปงูค่อยคืนตำแหน่งและปล่อยลูกลงสู่ภาชนะหรือฉิ่งด้านล่าง เมื่อชามว่างถูกวางกลับบนผิวน้ำ รอบใหม่ก็เริ่มทันที การคืนค่าเช่นนี้เป็นกลไกสำคัญของเครื่อง เพราะนาฬิกาจะเดินต่อไม่ได้หากชามยังมีน้ำหรือเชือกค้างอยู่ในตำแหน่งเดิม

ระบบจึงเป็นอัตโนมัติแบบมีทรัพยากรจำกัด ตราบใดที่ยังมีลูกโลหะในรางและอ่างรักษาระดับน้ำ เครื่องสามารถทำซ้ำได้หลายรอบ แต่เมื่อชุดลูกหมด ผู้ดูแลต้องนำลูกกลับขึ้นหอ เติมหรือปรับน้ำ และตรวจเชือกก่อนใช้งานครั้งถัดไป คำว่าอัตโนมัติในโลกของอัลญะซะรีย์จึงหมายถึงเครื่องซึ่งดำเนินลำดับของตัวเองภายในช่วงที่เตรียมไว้ ไม่ได้หมายถึงระบบซึ่งทำงานโดยไร้การดูแลตลอดไป

ความน่าเชื่อถือขึ้นอยู่กับรายละเอียดเล็กๆ ชามต้องเทน้ำได้หมด รูรับน้ำต้องไม่อุดตัน เชือกต้องไม่ยืดจนจังหวะคลาด รูปงูต้องหมุนอย่างอิสระ และลูกทุกลูกต้องมีน้ำหนักใกล้กัน หากส่วนหนึ่งฝืด เครื่องทั้งชุดจะหยุดกลางทาง การออกแบบวงจรคืนค่าจึงเผยประสบการณ์ของช่างมากพอๆ กับความคิดสร้างสรรค์ เพราะผู้สร้างต้องมองล่วงหน้าถึงสภาพหลังการเคลื่อนไหว ไม่ใช่เพียงทำให้เหตุการณ์แรกเกิดขึ้น

06

เวลาไม่เท่ากันของกลางวันและกลางคืน

สังคมก่อนนาฬิกากลไกแพร่หลายมักแบ่งช่วงกลางวันกับกลางคืนเป็นสิบสองส่วน ความยาวของหนึ่งชั่วโมงจึงเปลี่ยนไปตามฤดูกาล กลางวันฤดูร้อนทำให้ชั่วโมงกลางวันยาวกว่าฤดูหนาว ตำรานาฬิกาน้ำอิสลามต้องรับมือกับเวลาชนิดนี้ควบคู่กับการคำนวณเวลาละหมาดและกิจกรรมราชสำนัก นาฬิกาช้างจึงอยู่ในวัฒนธรรมการวัดซึ่งไม่ได้สมมติว่าทุกชั่วโมงมีหกสิบนาทีเท่ากันตลอดปี

งานอธิบายของอะห์มัด ยูซุฟ อัลหะสันกับโดนัลด์ อาร์. ฮิลล์ชี้ถึงระบบถังและตัวควบคุมการไหลซึ่งปรับอัตราน้ำให้สอดคล้องกับความยาวชั่วโมงตามฤดูกาล ถังต้นทางจ่ายน้ำสู่ส่วนควบคุมที่รักษาแรงดัน ก่อนส่งผลต่อจังหวะของเครื่อง การตั้งค่าต้องทำตามวันหรือช่วงฤดูกาล จึงเป็นงานของผู้ดูแลซึ่งมีตารางและความรู้ดาราศาสตร์ร่วมกับทักษะเครื่องน้ำ ไม่ใช่หน้าที่ของรูในชามเพียงจุดเดียว

เมื่อใช้เครื่องในราชสำนัก เวลาเชิงดาราศาสตร์กับเวลาสังคมจึงมาบรรจบกัน ผู้ดูแลเริ่มระบบในจังหวะที่กำหนด ผู้ชมได้ยินสัญญาณเป็นช่วง และจำนวนลูกโลหะบอกว่ากลางวันหรือกลางคืนเคลื่อนไปเพียงใด นาฬิกาไม่ได้แสดงตัวเลขต่อเนื่องเหมือนหน้าปัดสมัยใหม่ แต่มันจัดเวลาเป็นเหตุการณ์ซ้ำซึ่งทุกคนในพื้นที่รับรู้ร่วมกัน การวัดจึงเป็นทั้งความแม่นทางช่างและพิธีกรรมของการประกาศ

07

จักรวาลภาพบนเครื่องเรือนเดียว

รูปช้าง หอ บุคคล รูปงู นก และลูกโลหะทำให้นาฬิกาเรือนนี้ถูกอธิบายบ่อยครั้งว่าเป็นภาพรวมวัฒนธรรมจากหลายภูมิภาค ช้างชวนให้นึกถึงเอเชียใต้ รูปงูกับกลไกน้ำโยงเข้ากับมรดกเครื่องกลเมดิเตอร์เรเนียน หอและบุคคลสวมเครื่องแต่งกายอยู่ในภาษาศิลปะราชสำนักอิสลาม ส่วนลูกกับเครื่องให้เสียงสร้างจังหวะที่เข้าใจได้โดยไม่ต้องอ่านตำรา การตีความดังกล่าวมีพลังเมื่อมองเครื่องเป็นผลิตผลของเส้นทางการค้าและความรู้ในญะซีเราะฮ์

อย่างไรก็ตาม รูปลักษณ์ไม่ได้เป็นแผนที่เชื้อชาติแบบตายตัว ภาพในสำเนาแต่ละยุคผ่านมือผู้คัดและจิตรกรซึ่งปรับเสื้อผ้า สี และเส้นตามรสนิยมของตน ความหมายสำคัญกว่าคืออัลญะซะรีย์ทำให้ส่วนตกแต่งทำงานจริง รูปงูเป็นคาน คนขี่ช้างเป็นตัวให้เสียง หอเก็บลูกโลหะ และช้างห่อหุ้มอ่างน้ำ ศิลปะไม่ถูกติดเพิ่มหลังเครื่องเสร็จ แต่เป็นโครงสร้างซึ่งช่วยซ่อน ส่งแรง และสื่อผลลัพธ์

ผู้สร้างต้องประสานวัสดุหลายชนิด ไม้เหมาะกับโครงและรูปแกะ โลหะเหมาะกับแกน ลูก และภาชนะบางส่วน เชือกรับแรงดึง สีสร้างรายละเอียดบนพื้นผิว และน้ำเป็นทั้งตัวจับเวลากับแหล่งน้ำหนัก การเลือกวัสดุขึ้นกับความชื้น การสึก และการซ่อมได้ในราชสำนัก นาฬิกาช้างจึงบอกเรื่ององค์กรการผลิตพอๆ กับตัววิศวกร เพราะงานระดับนี้ต้องรวมช่างหลายแขนงภายใต้แบบและลำดับประกอบเดียวกัน

08

ต้นฉบับ ภาพคัดลอก และการประกอบความรู้ใหม่

นาฬิกาช้างจากคริสต์ศตวรรษที่ 13 ไม่ได้หลงเหลือเป็นเครื่องสมบูรณ์ สิ่งที่เดินทางมาถึงเราคือข้อความกับภาพในสำเนาตำรา หลายเล่มถูกคัดหลังอัลญะซะรีย์หลายทศวรรษหรือหลายศตวรรษ สำเนาแต่ละสายอาจรักษาคำอธิบาย ภาพตัดขวาง และสีต่างกัน ผู้คัดบางคนเน้นความงามของรูปบุคคล ขณะที่บางภาพช่วยเห็นทางเชือกกับตำแหน่งชิ้นส่วนได้ชัดกว่า การศึกษาจึงต้องนำหลายสำเนามาอ่านเทียบกัน

สำเนาภาษาอาหรับที่หอสมุดแห่งชาติฝรั่งเศสดิจิทัลเผยแพร่ผ่านกาลลีกาเป็นหนึ่งในทางเข้าสู่ประวัติการคัดลอก ส่วนงานแปลพร้อมคำอธิบายของโดนัลด์ อาร์. ฮิลล์ ค.ศ. 1974 ช่วยจัดศัพท์ช่างและลำดับกลไกให้ผู้อ่านสมัยใหม่ตามได้ งานของอัลหะสันกับฮิลล์ใน Islamic Technology: An Illustrated History วางเครื่องไว้ในประวัติเทคโนโลยีที่กว้างขึ้น ตั้งแต่นาฬิกาน้ำกรีกจนถึงโรงช่างในโลกอิสลาม

แบบจำลองร่วมสมัยต้องเติมข้อมูลที่ต้นฉบับไม่บอกครบ เช่น ความหนาของผนัง ขนาดรู ชนิดเชือก ระยะหมุนของงู และแรงเสียดทานตามจุดต่อ การสร้างเครื่องที่ทำงานได้จึงเป็นการทดลองบนฐานข้อความ ไม่ใช่การทำสำเนาวัตถุเดิมทุกมิลลิเมตร แบบจำลองขนาดใหญ่ซึ่งนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา ทำให้ผู้ชมเห็นวงจรชัดขึ้น พร้อมเปิดพื้นที่ให้นักช่างตรวจว่าการอ่านต้นฉบับแบบใดสอดคล้องกับพฤติกรรมจริง

09

มรดกของเวลาซึ่งเคลื่อนไหวต่อหน้าผู้คน

นาฬิกาช้างมีชื่อเสียงในปัจจุบันเพราะมันรวมหลักการหลายชั้นไว้ในภาพที่จดจำง่าย ชามเจาะรูทำหน้าที่หน่วงเวลา ลูกลอยเปลี่ยนสถานะเมื่อถึงจุดหนึ่ง เชือกกับคานส่งแรง ลูกโลหะกระตุ้นวงจร รูปงูคืนชาม และหุ่นประกาศผล กระบวนการทั้งหมดแสดงแนวคิดการควบคุมตามลำดับโดยไม่ต้องมีคนดึงทุกจังหวะ ความซับซ้อนเกิดจากการจัดความสัมพันธ์ของชิ้นส่วนธรรมดา มากกว่าการพึ่งองค์ประกอบลึกลับ

เครื่องยังเผยความหมายของวิศวกรรมในสังคมอาร์ตุกิด ความรู้ไม่ได้แยกเป็นกลศาสตร์ ศิลปะ และพิธีอย่างเด็ดขาด นาฬิกาต้องเที่ยงพอจะจัดเวลา งามพอจะตั้งในวัง เสียงดังพอให้ผู้คนรับรู้ และซ่อมได้ด้วยวัสดุกับช่างที่มีอยู่ การออกแบบจึงตอบทั้งธรรมชาติของน้ำ ความคาดหวังของผู้อุปถัมภ์ และประสบการณ์ของผู้ชมในห้องเดียวกัน ความสำเร็จของอัลญะซะรีย์อยู่ที่การทำให้เงื่อนไขเหล่านี้เดินร่วมกัน

เมื่อมองผ่านต้นฉบับกับการสร้างซ้ำ นาฬิกาช้างไม่จำเป็นต้องถูกยกเป็นต้นกำเนิดโดยตรงของหุ่นยนต์สมัยใหม่จึงจะสำคัญ มันมีคุณค่าในฐานะหลักฐานว่าช่างคริสต์ศตวรรษที่ 12–13 เข้าใจการหน่วง การปลด การคืนค่า และการแสดงผลเป็นระบบต่อเนื่อง ตำราของอัลญะซะรีย์รักษาทั้งความคิดกับวิธีอธิบายเครื่องไว้ และทุกครั้งที่ชามลอยค่อยๆ จมในแบบจำลอง เวลาในราชสำนักอามิดก็ถูกทำให้เคลื่อนไหวขึ้นอีกครั้ง

ลำดับเหตุการณ์

เส้นเวลาและการเปลี่ยนแปลง

  1. อัลญะซะรีย์อยู่ในงานราชสำนักอาร์ตุกิด

    คำนำตำราระบุช่วงการรับใช้ซึ่งนำเขาเข้าสู่งานเครื่องน้ำ นาฬิกา ภาชนะ และเครื่องแสดงในวัง

  2. นาฬิกาช้างพัฒนาจากขนบเครื่องน้ำ

    ความรู้เรื่องชามลอย รูหน่วง เชือก วาล์ว และหุ่นแสดงผลถูกประกอบเป็นวงจรเดียว

  3. ตำราเครื่องกลเสร็จสมบูรณ์

    อัลญะซะรีย์บันทึกเครื่องราวห้าสิบแบบ รวมคำอธิบายและภาพของนาฬิกาช้าง

  4. สำเนาตำราเดินทางผ่านราชสำนักและหอสมุด

    ผู้คัดกับจิตรกรรักษาข้อความและปรับภาษาแบบภาพตามยุคของตน

  5. เผยแพร่งานแปลและคำอธิบายของโดนัลด์ อาร์. ฮิลล์

    ศัพท์ช่างกับลำดับกลไกเข้าสู่วงการประวัติศาสตร์เทคโนโลยีสากลอย่างเป็นระบบ

  6. อัลหะซันกับฮิลล์วางเครื่องในประวัติเทคโนโลยีอิสลาม

    Islamic Technology: An Illustrated History อธิบายนาฬิกา น้ำ และงานช่างในบริบทกว้าง

  7. แบบจำลองขนาดจริงกลับสู่พื้นที่สาธารณะ

    พิพิธภัณฑ์ นิทรรศการ และศูนย์การเรียนรู้ใช้วงจรที่สร้างใหม่อธิบายการจับเวลาและอัตโนมัติ

หลักฐานและแหล่งอ่านต่อ