บีมาริสตานนูรุดดีน
กลางตรอกทางใต้ของมัสยิดอุมัยยะฮ์ในนครเก่าดามัสกัส มีประตูไม้บานหนึ่งนำเข้าสู่อาคารซึ่งครั้งหนึ่งเป็นทั้งสถานพยาบาล ห้องเรียนแพทย์ และคลังตำรา บีมาริสตานนูรุดดีน หรืออัลบีมาริสตานอันนูรี สร้างเมื่อ ฮ.ศ. 549 / ค.ศ. 1154 ในรัชสมัยนูรุดดีน มะห์มูด อิบนุ ซังกีย์ ผังสี่อิวานรอบลานกลางแจ้งทำให้การรักษา การศึกษา และชีวิตเมืองมาบรรจบกันภายในพื้นที่เดียว เรื่องราวของอาคารแห่งนี้จึงอยู่ทั้งในความงามของอิฐกับปูน จังหวะตรวจผู้ป่วย การเตรียมยา การอ่านตำรา และการถ่ายทอดวิชาแพทย์ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของดามัสกัส
สถานพยาบาลกลางดามัสกัส
บีมาริสตานนูรุดดีนตั้งอยู่ในย่านตลาดอัลหะมีดียะฮ์ ทางใต้ของมัสยิดอุมัยยะฮ์ ใจกลางดามัสกัสซึ่งมีผู้คนจากตลาด มัสยิด โรงอาบน้ำ ที่พักคนเดินทาง และสถาบันการศึกษาเคลื่อนผ่านอยู่ตลอดวัน ตำแหน่งเช่นนี้ทำให้สถานพยาบาลไม่แยกขาดจากเมือง วัตถุดิบสำหรับตำรับยา อาหาร ผ้า ภาชนะ และแรงงานช่างล้วนเดินทางมาถึงได้จากเครือข่ายร้านค้าและย่านหัตถกรรมโดยรอบ ผู้ป่วยเองก็มาถึงจากบ้านเรือน ถนนการค้า และเส้นทางแสวงบุญที่เชื่อมดามัสกัสกับเมืองอื่นในซีเรีย
คำว่า “บีมาริสตาน” สืบรากจากภาษาเปอร์เซียและหมายถึงสถานที่สำหรับผู้ป่วย เมื่อเข้าสู่ภาษาอาหรับ คำนี้ใช้เรียกสถาบันที่รวมการตรวจรักษา การพักฟื้น การปรุงยา และการบริหารบุคลากรไว้ด้วยกัน บีมาริสตานจึงกว้างกว่าห้องตรวจของแพทย์ และต่างจากมัดรอซะฮ์ซึ่งมุ่งการเรียนการสอนเป็นหลัก ชื่ออัลบีมาริสตานอันนูรีผูกอาคารเข้ากับนูรุดดีน ผู้สร้างโครงการสาธารณะหลายแห่งในซีเรียและทำให้การอุปถัมภ์ความรู้เป็นส่วนหนึ่งของการปกครองเมือง
เมื่อมองจากแผนที่นครเก่า อาคารตั้งอยู่ท่ามกลางศูนย์กลางศาสนา เศรษฐกิจ และการศึกษาอย่างแนบแน่น นี่คือภูมิทัศน์ของดามัสกัสในคริสต์ศตวรรษที่ 12 ซึ่งบริการทางการแพทย์ไม่ได้เกิดขึ้นในเขตเฉพาะเหมือนโรงพยาบาลสมัยใหม่ แต่เติบโตภายในโครงสร้างเมืองเดิม ความใกล้ชิดกับมัสยิดและตลาดช่วยให้แพทย์ ผู้เรียน ผู้ดูแลทรัพย์ และผู้จัดหายาเชื่อมโยงกันได้ ขณะเดียวกันชื่อเสียงของสถาบันก็แพร่ไปพร้อมนักเดินทาง พ่อค้า และผู้แสวงหาความรู้ที่เข้าออกเมืองหลวงแห่งนี้
นูรุดดีนกับการก่อตั้งใน ฮ.ศ. 549 / ค.ศ. 1154
นูรุดดีน มะห์มูด อิบนุ ซังกีย์ครองอำนาจในซีเรียระหว่าง ฮ.ศ. 541–569 / ค.ศ. 1146–1174 ยุคของเขาเต็มไปด้วยการแข่งขันทางการเมืองและการทหารระหว่างรัฐมุสลิมกับรัฐครูเสด การสร้างมัสยิด มัดรอซะฮ์ ป้อม และสถาบันสาธารณะจึงทำหน้าที่พร้อมกันหลายชั้น ทั้งฟื้นฟูเมือง สร้างเครือข่ายผู้รู้ และประกาศภาพของผู้ปกครองผู้คุ้มครองศาสนากับประชาชน บีมาริสตานแห่งดามัสกัสเกิดขึ้นในบริบทนั้น โดยแปลงทรัพยากรของรัฐและการอุปถัมภ์ให้เป็นพื้นที่รักษาซึ่งดำรงอยู่เกินอายุของราชวงศ์
วันที่ก่อตั้งไม่ได้มาจากการคาดรูปแบบสถาปัตยกรรมเพียงอย่างเดียว จารึกสี่บรรทัดบนแผ่นหินอ่อนรูปเกือกม้าในอิวานตะวันออกบันทึก ฮ.ศ. 549 / ค.ศ. 1154 และเชื่อมโครงการกับนูรุดดีนโดยตรง จารึกเช่นนี้เป็นทั้งประกาศการก่อสร้างและส่วนหนึ่งของความทรงจำทางการเมือง ชื่อผู้อุปถัมภ์ถูกตรึงไว้ในห้องซึ่งสัมพันธ์กับการบรรยายและตำราแพทย์ ทำให้อำนาจของผู้สร้างปรากฏร่วมกับกิจกรรมของนักวิชาการและผู้รักษาในชีวิตประจำวัน
ฐานข้อมูล Museum With No Frontiers ระบุอบุลฟัฎล์ อัลหาริษีย์ ผู้มีฉายาว่าอัลมุฮันดิส หรือ “นายช่างเรขาคณิต” เป็นผู้เกี่ยวข้องกับงานออกแบบ เขาได้รับการกล่าวถึงทั้งในฐานะนายช่างและแพทย์ ความเชื่อมโยงนี้สะท้อนโลกวิชาชีพที่เรขาคณิต การก่อสร้าง และการแพทย์ยังพบกันได้ในบุคคลเดียว การวางแกนอาคาร การรับน้ำหนักของโดม และการจัดทางสัญจรล้วนต้องอาศัยความรู้เชิงวัดและประสบการณ์ช่าง เช่นเดียวกับการรักษาที่ต้องอาศัยการสังเกตและการเทียบอาการอย่างเป็นระบบ
จากประตูไม้สู่โดมมุก็อรนัศ
ผู้มาเยือนเริ่มพบอาคารผ่านรูปด้านที่ค่อนข้างเรียบ ก่อนสายตาจะถูกดึงไปยังประตูไม้แกะสลักและประดับฝัง ประตูนี้เป็นเส้นแบ่งระหว่างความพลุกพล่านของตลาดกับระเบียบภายในสถานพยาบาล ลวดลายเรขาคณิตและงานไม้ละเอียดประกาศว่าพื้นที่หลังประตูเป็นสถาบันสำคัญ ขณะเดียวกันขนาดช่องเปิดก็ทำหน้าที่ควบคุมการผ่านเข้าออก นำผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ ผู้เรียน และผู้มาติดต่อเข้าสู่โถงทางเข้าโดยไม่เปิดลานภายในให้เห็นทั้งหมดในคราวเดียว
เหนือโถงทางเข้าคือโดมอิฐประดับมุก็อรนัศ มุก็อรนัศเป็นองค์ประกอบรูปเซลล์ซ้อนลดหลั่น ใช้เปลี่ยนจากผนังสี่เหลี่ยมขึ้นสู่ฐานโดมและสร้างจังหวะแสงเงาบนผิวอิฐ ภายในโดมมีช่องและลูกแก้วซึ่งรับแสงจากภายนอก แสงที่ลอดผ่านช่องเล็กทำให้เพดานดูเบากว่ามวลอิฐจริง การประสานโครงสร้างกับการประดับเช่นนี้เป็นลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมซีเรียในสมัยซังกีย์ และทำให้ทางเข้าสถานพยาบาลมีบรรยากาศสงบก่อนเปิดสู่ลานกลางแจ้ง
ผิวอาคารที่เห็นในปัจจุบันผ่านการซ่อมและเปลี่ยนแปลงหลายยุค ร่องรอยดั้งเดิมจึงอยู่ร่วมกับวัสดุที่ได้รับการบูรณะ หน้าต่างปูนปั้นโค้งทางมุมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งประดับดาวแปดแฉกกับเครือเถายังคงแสดงภาษาลวดลายของอาคารยุคต้น ส่วนประตู โดม และผนังแต่ละชั้นบอกประวัติการดูแลอาคารในเวลาต่อมา ภาพรวมที่ผู้ชมพบจึงเป็นผลสะสมของการใช้งานจริง ไม่ใช่ฉากซึ่งหยุดนิ่งอยู่ที่ ค.ศ. 1154
ผังสี่อิวานรอบลานกลางแจ้ง
เมื่อผ่านโถงทางเข้า พื้นที่จะเปิดสู่ลานกลางแจ้งรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีอ่างน้ำสี่เหลี่ยมอยู่กลางลานและอิวานเปิดเข้าหาลานทั้งสี่ด้าน อิวานคือโถงมีหลังคาซึ่งเปิดด้านหนึ่งเต็มหน้ากว้าง แผนผังเช่นนี้สร้างแกนสมมาตรและช่วยให้ผู้ใช้อาคารรับรู้ตำแหน่งของตนได้ทันที ลานทำหน้าที่เป็นทั้งทางกระจายคน จุดรับแสง และพื้นที่ระบายอากาศ ส่วนเสียงน้ำกับเงาจากอิวานลดความแข็งของพื้นผิวหินและอิฐภายในอาคาร
อิวานตะวันออกมีขนาดใหญ่ที่สุดและวางตรงข้ามทางเข้า จึงกลายเป็นห้องรวมสำคัญของสถาบัน แหล่งข้อมูลด้านสถาปัตยกรรมระบุว่าพื้นที่นี้ใช้สำหรับการบรรยายและเก็บต้นฉบับการแพทย์ จารึกก่อตั้งที่ติดอยู่ในอิวานยิ่งตอกย้ำฐานะของห้อง การวางพื้นที่เรียนไว้บนแกนหลักทำให้ความรู้ไม่ได้ซ่อนอยู่หลังห้องรักษา แต่ปรากฏเป็นหัวใจอีกดวงของบีมาริสตานเคียงคู่กับการดูแลผู้ป่วย
ห้องและช่องทางรอบอิวานรองรับกิจกรรมที่ต่างกัน ตั้งแต่การพักรักษา การเก็บยา ไปจนถึงงานของเจ้าหน้าที่ ผังไม่ได้แบ่งหน้าที่ด้วยทางเดินยาวแบบโรงพยาบาลปัจจุบัน หากใช้ลานและโถงเปิดเป็นตัวประสาน การเปลี่ยนของแสงในแต่ละช่วงวันทำให้ห้องด้านต่างๆ มีอุณหภูมิไม่เท่ากัน ผู้ดูแลจึงสามารถเลือกพื้นที่ให้เหมาะกับการใช้งาน ขณะที่อ่างน้ำช่วยรองรับการใช้สอยและสร้างจุดศูนย์กลางซึ่งทุกด้านของอาคารมองเห็นร่วมกัน
หนึ่งวันของแพทย์และผู้ป่วย
ภาพการทำงานของบีมาริสตานซีเรียปรากฏชัดในชีวประวัติแพทย์ที่อิบนุ อบี อุศ็อยบิอะฮ์รวบรวมในคริสต์ศตวรรษที่ 13 เขาเล่าถึงแพทย์ประจำบีมาริสตานนูรุดดีนซึ่งเดินตรวจผู้ป่วย ฟังอาการ สังเกตการเปลี่ยนแปลง และสั่งการแก่ผู้ดูแล ก่อนกลับมานั่งในอิวานเพื่อเปิดตำราและสนทนากับแพทย์กับผู้เรียนเป็นเวลาหลายชั่วโมง ลำดับดังกล่าวทำให้เห็นว่าการรักษากับการศึกษาเกิดขึ้นในวันเดียวกัน และข้อมูลจากเตียงผู้ป่วยเดินทางเข้าสู่การอภิปรายทางวิชาอย่างต่อเนื่อง
การตรวจในโลกแพทย์ยุคกลางอาศัยการฟังคำบอกเล่า การสังเกตสีหน้า ผิวหนัง การหายใจ การขับถ่าย ชีพจร และลักษณะปัสสาวะ จากนั้นแพทย์จึงพิจารณาอาหาร ยา และการพักฟื้นตามกรอบความรู้ของยุคสมัย ตำรับไม่ได้ทำงานแยกจากครัว เพราะอาหารเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลอาการ ผู้ปรุงยา ผู้เตรียมอาหาร ผู้เฝ้าผู้ป่วย และผู้ทำความสะอาดจึงเป็นกำลังที่ทำให้คำสั่งของแพทย์กลายเป็นกิจวัตรจริง แม้ชื่อของคนทำงานเหล่านี้จะปรากฏในบันทึกน้อยกว่าชื่อแพทย์ก็ตาม
อิบนุ ญุบัยร์ (เสียชีวิต ฮ.ศ. 614 / ค.ศ. 1217) นักเดินทางจากอันดะลุสซึ่งมาเยือนดามัสกัส บันทึกความประทับใจต่อสถาบันสาธารณะและบีมาริสตานของเมือง คำบอกเล่าของเขาพาผู้อ่านเข้าใกล้บรรยากาศปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12 เมื่ออาคารยังไม่ห่างจากยุคก่อตั้งมากนัก เมื่ออ่านร่วมกับจารึก ผังอาคาร และชีวประวัติแพทย์ ภาพของสถานพยาบาลจึงประกอบขึ้นจากเสียงหลายชนิด ทั้งเสียงผู้เดินทาง เสียงนักประวัติศาสตร์วิชาแพทย์ และร่องรอยของห้องที่กิจกรรมเหล่านั้นเคยเกิดขึ้น
อิวานแห่งตำราและการฝึกแพทย์
การศึกษาวิชาแพทย์ในดามัสกัสเริ่มจากภาษา ตรรกะ ปรัชญาธรรมชาติ และการอ่านตำราซึ่งสืบทอดจากประเพณีกรีก ซีเรียก เปอร์เซีย และอาหรับ ผู้เรียนติดตามอาจารย์ทีละคน อ่านคำอธิบาย ฟังการถกเถียง และจดจำตำรับ ก่อนนำความรู้ไปเทียบกับอาการของผู้ป่วย บีมาริสตานมอบสิ่งที่ห้องหนังสือเพียงอย่างเดียวให้ไม่ได้ นั่นคือการเห็นโรคเปลี่ยนแปลงตามเวลาและการติดตามผลของอาหารกับยาในร่างกายคนจริง
อิวานตะวันออกจึงเป็นทั้งห้องบรรยายและพื้นที่เชื่อมตำรากับประสบการณ์ แพทย์อาวุโสอาจเริ่มจากกรณีที่พบระหว่างตรวจ แล้วเปิดข้อความของผู้แต่งรุ่นก่อนเพื่ออธิบายหรือโต้แย้ง ผู้เรียนได้รับวิชาผ่านวงสนทนา การอ่านออกเสียง และการเฝ้าดูอาจารย์ตัดสินใจ ความชำนาญเกิดจากการอยู่ใกล้การปฏิบัติเป็นเวลานานมากกว่าการผ่านหลักสูตรที่แบ่งชั้นปีตายตัว ระบบนี้ทำให้ชื่อเสียงของครูและสายการถ่ายทอดมีน้ำหนักสูงต่อเส้นทางของผู้เรียน
ดามัสกัสมีมัสยิด มัดรอซะฮ์ และวงเรียนฮะลาเกาะฮ์จำนวนมาก แพทย์กับผู้เรียนจึงเข้าถึงวิชาอื่นนอกบีมาริสตานได้ ทั้งภาษา นิติศาสตร์ ดาราศาสตร์ และคณิตศาสตร์ การเคลื่อนตัวระหว่างสถาบันเหล่านี้สร้างชุมชนวิชาการที่ไม่ถูกจำกัดด้วยกำแพงอาคารเดียว บีมาริสตานนูรุดดีนมีบทบาทเฉพาะในเครือข่ายนั้น เพราะทำให้ความรู้เรื่องร่างกาย ยา และโรคพบกับผู้ป่วยโดยตรง พร้อมเปิดพื้นที่ให้บทเรียนจากการรักษาถูกถ่ายทอดสู่แพทย์รุ่นต่อไป
ตำรา ตำรับยา และตลาดของเมือง
ห้องตำราของบีมาริสตานเก็บความรู้ซึ่งเดินทางข้ามภาษาและภูมิภาค งานของฮิปโปเครตีสกับกาเลนได้รับการแปล อธิบาย และจัดระบบใหม่โดยนักวิชาการภาษาอาหรับ ขณะเดียวกันแพทย์รุ่นหลังเขียนตำราว่าด้วยไข้ โรคตา เภสัชวิทยา อาหาร และการรักษาเฉพาะด้านขึ้นเอง หนังสือจึงไม่ใช่คลังคำแปลที่หยุดนิ่ง แต่เป็นพื้นที่สะสมข้อสังเกต การโต้แย้ง และประสบการณ์จากเมืองต่างๆ ซึ่งแพทย์ในดามัสกัสนำมาใช้ระหว่างตรวจผู้ป่วย
ตำรับหนึ่งต้องอาศัยวัตถุดิบหลายชนิด ตั้งแต่สมุนไพร เมล็ดพืช ยางไม้ แร่ธาตุ ไปจนถึงน้ำมันและน้ำเชื่อม ตลาดดามัสกัสซึ่งเชื่อมเส้นทางการค้าจากอียิปต์ อนาโตเลีย อิรัก และทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทำให้ผู้ปรุงยาเข้าถึงวัตถุดิบทั้งท้องถิ่นและนำเข้า การคัดคุณภาพ การชั่ง การบด การต้ม และการเก็บในภาชนะที่เหมาะสมเป็นทักษะสำคัญ เพราะยาชนิดเดียวกันอาจให้ผลต่างกันเมื่อสัดส่วนหรือวิธีเตรียมเปลี่ยนไป
หลายศตวรรษของการใช้และการเปลี่ยนแปลง
บีมาริสตานนูรุดดีนผ่านการเปลี่ยนราชวงศ์จากซังกีย์สู่อัยยูบีย์ มัมลูก และอุษมานีย์ เมืองขยาย เส้นทางค้าเปลี่ยน และสถาบันการแพทย์แห่งใหม่เกิดขึ้น แต่ชื่อของอันนูรียังคงปรากฏในความทรงจำของดามัสกัส การอยู่รอดไม่ได้หมายความว่าทุกห้องทำหน้าที่เดิมตลอดเวลา การซ่อม การต่อเติม และการจัดพื้นที่ใหม่เกิดขึ้นตามจำนวนผู้ใช้ ทรัพยากร และแนวทางรักษาของแต่ละสมัย ทำให้อาคารเป็นเอกสารหลายชั้นซึ่งบันทึกทั้งความต่อเนื่องและความเปลี่ยนแปลง
เรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์เชื่อมสถานที่นี้กับสุลต่านอัลมันศูร กอลาวูน ผู้สร้างบีมาริสตานขนาดใหญ่ในไคโรเมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่ 13 ตามเรื่องที่ถ่ายทอดกันมา กอลาวูนเคยได้รับการรักษาที่ดามัสกัสและนำความประทับใจไปสู่โครงการของตน ไม่ว่าจะอ่านเรื่องนี้ในฐานะความทรงจำหรือแรงบันดาลใจ มันแสดงชื่อเสียงของบีมาริสตานนูรุดดีนในเครือข่ายการแพทย์ระหว่างซีเรียกับอียิปต์ และเผยว่าผู้ปกครองรุ่นหลังมองสถาบันเมืองอื่นเป็นแบบอย่างที่ปรับเข้ากับบริบทใหม่ได้
เมื่อการแพทย์สมัยใหม่และโรงพยาบาลรูปแบบใหม่แพร่เข้าสู่ดามัสกัส หน้าที่รักษาของอาคารเดิมค่อยๆ ลดลง ความสำคัญจึงเคลื่อนจากการเป็นสถานพยาบาลประจำเมืองไปสู่การเป็นหลักฐานทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์วิชาแพทย์ การเปลี่ยนหน้าที่นี้ช่วยรักษาอาคารไว้ ขณะเดียวกันก็ทำให้ห้องซึ่งเคยมีผู้ป่วยกับแพทย์กลายเป็นพื้นที่จัดแสดง ผู้ชมในปัจจุบันเดินตามแกนเดียวกับผู้ใช้ในอดีต แต่พบข้อความ ภาพ และวัตถุแทนกิจวัตรการรักษา
พิพิธภัณฑ์การแพทย์และวิทยาศาสตร์อาหรับ
ปัจจุบันอัลบีมาริสตานอันนูรีเป็นพิพิธภัณฑ์การแพทย์และวิทยาศาสตร์อาหรับของดามัสกัส ตัวอาคารเป็นวัตถุจัดแสดงชิ้นสำคัญที่สุด เพราะลาน อิวาน โดม และประตูทำให้เรื่องวิชาแพทย์สัมพันธ์กับสถานที่จริง ผู้ชมไม่ได้พบเพียงรายชื่อแพทย์หรือตำรา แต่ได้เห็นขนาดห้อง ทิศทางแสง และระยะระหว่างพื้นที่ซึ่งเคยรองรับการบรรยาย การเก็บหนังสือ และการดูแลผู้ป่วย ประสบการณ์ทางกายภาพเช่นนี้ทำให้ประวัติศาสตร์สถาบันมีมิติมากกว่าข้อความบนหน้ากระดาษ
การจัดแสดงเชื่อมอุปกรณ์แพทย์ สำเนาต้นฉบับ และประวัติบุคคลเข้ากับพัฒนาการวิทยาศาสตร์ภาษาอาหรับ เนื้อหาเหล่านี้วางดามัสกัสไว้ในโลกที่ความรู้หมุนเวียนระหว่างแบกแดด ไคโร อะเลปโป และนครเมดิเตอร์เรเนียน การแพทย์ของบีมาริสตานจึงเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายนักแปล แพทย์ ผู้ปรุงยา ผู้คัดตำรา และผู้เรียนข้ามภูมิภาค
คุณค่าของบีมาริสตานนูรุดดีนอยู่ที่การทำให้สถาปัตยกรรมกับกิจกรรมมนุษย์อธิบายกันและกัน จารึกบอกวันที่ก่อตั้ง ผังสี่อิวานบอกวิธีจัดพื้นที่ ชีวประวัติแพทย์บอกจังหวะตรวจและสอน ส่วนบันทึกการเดินทางบอกชื่อเสียงของสถาบัน เมื่อร่องรอยเหล่านี้มาบรรจบกัน อาคารในดามัสกัสจึงเผยภาพการแพทย์ยุคกลางอย่างมีชีวิต ทั้งในฐานะศาสตร์การรักษา ระบบงานของเมือง และวิชาที่ส่งต่อจากอาจารย์สู่ผู้เรียนหลายรุ่น
เส้นเวลาและการเปลี่ยนแปลง
นูรุดดีนขึ้นครองอำนาจ
นูรุดดีน มะห์มูด อิบนุ ซังกีย์เริ่มสร้างเครือข่ายการปกครองและโครงการสาธารณะในซีเรีย
ก่อตั้งบีมาริสตาน
จารึกในอิวานตะวันออกบันทึกปีสร้างและผูกสถาบันเข้ากับการอุปถัมภ์ของนูรุดดีน
อิบนุ ญุบัยร์เยือนดามัสกัส
บันทึกเดินทางถ่ายทอดชื่อเสียงของบีมาริสตานและสถาบันสาธารณะในเมือง
ชีวประวัติแพทย์บันทึกการตรวจและการสอน
งานของอิบนุ อบี อุศ็อยบิอะฮ์เล่าจังหวะทำงานของแพทย์ ผู้ดูแล และผู้เรียนในบีมาริสตาน
อาคารดำเนินหน้าที่ท่ามกลางการเปลี่ยนราชวงศ์
การใช้พื้นที่ การรักษา และองค์ประกอบสถาปัตยกรรมเปลี่ยนตามสังคมของดามัสกัส
พิพิธภัณฑ์การแพทย์และวิทยาศาสตร์อาหรับ
ลาน อิวาน โดม และห้องเดิมทำหน้าที่ถ่ายทอดประวัติวิชาแพทย์แก่สาธารณะ