← กลับสู่คลังอารยธรรมอิสลาม
หน้าต้นฉบับอัลกุรอานบนกระดาษจากดินแดนอิสลามตะวันออก ช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 11–12

39 · IRAQ · PAPER & BOOK TRADE · คริสต์ศตวรรษที่ 8–10

กระดาษและตลาดหนังสือแห่งแบกแดด

การเติบโตของหนังสือในแบกแดดยุคอับบาซียะฮ์ไม่ได้เกิดจากนักปราชญ์เพียงกลุ่มเดียว เบื้องหลังตำราแต่ละเล่มมีผู้ทำกระดาษ คนขายแผ่น ผู้เตรียมหมึก ผู้คัดลอก ผู้ตรวจข้อความ ช่างเข้าเล่ม และพ่อค้าหนังสือ อาชีพสำคัญคือช่างหนังสือหรือ “วัรรอก” ชื่อนี้มาจากคำว่า “กระดาษ” แต่หน้าที่กว้างกว่าการคัดสำเนา คนหนึ่งอาจรับจ้างเขียน ตรวจต้นฉบับ จัดหาหนังสือ ขาย ให้เช่า หรือเป็นตัวกลางระหว่างผู้แต่งกับผู้อ่าน การทำกระดาษเดินทางจากจีนผ่านเอเชียกลางเข้าสู่ดินแดนอิสลามในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 8 แล้วตั้งหลักในอิรัก แผ่นกระดาษผลิตจากเส้นใยที่นำมาตำ ทำเป็นเยื่อ ช้อนขึ้นเป็นแผ่น ตาก และขัดผิว มันเบาและขยายกำลังผลิตได้ดีกว่าหนังสัตว์ แต่หนังสือยังไม่กลายเป็นของราคาถูกในทันที เพราะการคัดและการตรวจยังใช้แรงงานและเวลามาก ตลาดหนังสือของแบกแดดจึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางความรู้ ที่ผู้เรียนสั่งสำเนาตำรา นักวิชาการฝากผลงาน ผู้อุปถัมภ์สร้างหอหนังสือ และคนขายประเมินคุณภาพจากลายมือ ผู้คัด และความครบถ้วนของข้อความ อิบนุ อันนะดีมซึ่งเติบโตในโลกอาชีพนี้รวบรวมอัลฟิฮ์ริสต์ราว ค.ศ. 987 เป็นบัญชีผู้แต่งและหนังสือจำนวนมหาศาล หลักฐานเช่นนี้ทำให้เราเห็นว่าอารยธรรมหนังสือไม่ได้อยู่เฉพาะในวังหรือมัสยิด แต่อยู่ในร้านค้า งานฝีมือ เครดิตการค้า และมือของคนเมืองซึ่งทำให้ความคิดชุดหนึ่งเพิ่มจำนวนและเดินทางต่อได้

01

เมืองหนังสือเริ่มจากการเปลี่ยนวัสดุ

ก่อนกระดาษแพร่หลาย ผู้เขียนในตะวันออกกลางใช้ปาปิรัส หนังสัตว์ แผ่นไม้ และเศษภาชนะตามงานแต่ละชนิด ปาปิรัสเหมาะกับเอกสารแต่ผลิตผูกกับแหล่งวัตถุดิบเฉพาะ หนังสัตว์ทนและมีเกียรติแต่ต้องใช้สัตว์จำนวนมาก หนังสือขนาดใหญ่จึงมีต้นทุนสูงตั้งแต่วัสดุยังไม่ถึงมือผู้คัด การมาถึงของกระดาษไม่ได้ลบวัสดุเก่าทันที แต่เพิ่มทางเลือกซึ่งขยายตามเมืองและตลาด

แบกแดดก่อตั้งใน ค.ศ. 762 แล้วเติบโตเป็นศูนย์ราชการ การค้า และวิชาการอย่างรวดเร็ว หน่วยงานรัฐใช้เอกสารบัญชี ภาษี และจดหมายจำนวนมาก นักแปลต้องการสำเนาต้นฉบับ ผู้เรียนต้องมีตำราตามครู ส่วนพ่อค้าใช้สัญญาและบันทึกหนี้ ความต้องการหลายด้านทำให้กระดาษมีตลาดกว้างกว่าวัตถุหรูสำหรับราชสำนัก การผลิตหนังสือจึงเชื่อมกับการเติบโตของเมืองทั้งระบบ

กระดาษมีผิวซึ่งรับหมึกได้ดี พับเป็นยก และซ่อมต่อได้ ช่างสามารถปรับความหนา ขนาด และการขัดตามราคา หนังสือกฎหมายอาจต้องการความชัดเพื่อใช้ซ้ำ ตำราวิทยาศาสตร์ต้องวางตารางกับแผนภาพ ขณะที่จดหมายทั่วไปเลือกแผ่นที่ประหยัดกว่า วัสดุเดียวจึงรองรับตลาดหลายระดับและช่วยให้การเขียนเข้าไปอยู่ในกิจกรรมประจำวันมากขึ้น

02

ความรู้ทำกระดาษเดินทางจากเอเชียกลาง

กระดาษเกิดในจีนและเคลื่อนไปตามเส้นทางการค้าสู่เอเชียกลางก่อนเข้าสู่ดินแดนอิสลาม เรื่องเล่าที่ผูกการถ่ายทอดทั้งหมดกับเชลยจีนหลังศึกฏอลัส ค.ศ. 751 เป็นคำอธิบายที่แพร่หลาย แต่หลักฐานไม่พอให้ถือเป็นเหตุการณ์เดียวซึ่งเริ่มอุตสาหกรรม นักประวัติศาสตร์กระดาษจึงติดตามทั้งวัตถุที่รอด คำศัพท์ เส้นใย และเครือข่ายช่าง แทนการวางจุดกำเนิดไว้ในวันเดียว

ซามาร์กันด์มีบทบาทสำคัญในเส้นทางตะวันออก วัตถุดิบอย่างผ้าลินินกับป่านเก่าสามารถนำมาคัด ล้าง ตำ และแช่จนเป็นเยื่อ ช่างใช้ตะแกรงช้อนเยื่อให้กระจายเป็นแผ่น รีดน้ำ ตาก แล้วลงแป้งหรือขัดผิวเพื่อไม่ให้หมึกซึม ขั้นตอนแต่ละช่วงต้องอาศัยน้ำ เครื่องมือ พื้นที่ตาก และความชำนาญ การย้ายเทคนิคจึงหมายถึงการย้ายระบบงาน ไม่ใช่เพียงสูตรสั้นๆ

เมื่อการทำกระดาษตั้งหลักในอิรัก ช่างปรับวัตถุดิบกับขนาดตามทรัพยากรท้องถิ่น หลักฐานเรื่องปีเปิดโรงกระดาษแห่งแรกในแบกแดดแตกต่างกัน บางคำเล่าให้วันที่แน่นในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 8 แต่เอกสารร่วมสมัยยังไม่พอยืนยันรายละเอียดนั้น สิ่งที่มั่นคงกว่าคือภายในคริสต์ศตวรรษที่ 9 กระดาษได้กลายเป็นวัสดุสำคัญของการเขียนและอาชีพซึ่งเรียกจากคำว่า วะร็อก หรือแผ่นกระดาษ

03

จากเยื่อหนึ่งถังสู่หนังสือหนึ่งเล่ม

แผ่นที่ออกจากโรงทำกระดาษยังไม่เป็นหน้าหนังสือ ผู้ผลิตหรือผู้คัดต้องเลือกด้าน วัดขนาด พับ และรวมเป็นยก เส้นพับกำหนดลำดับหน้า จากนั้นจึงใช้ไม้บรรทัดหรือเครื่องหมายช่วยตีกรอบกับเส้นบรรทัด การจัดหน้ามีผลต่อจำนวนคำและราคา หากเว้นขอบกว้าง ผู้อ่านมีที่เขียนคำอธิบาย แต่ต้องใช้แผ่นมากขึ้น หนังสือจึงเกิดจากการตัดสินใจด้านวัสดุกับการอ่านพร้อมกัน

ผู้คัดเตรียมปากกาจากลำอ้อ ตัดปลายให้ได้มุมและความกว้างตามรูปอักษร หมึกดำใช้เขม่าหรือส่วนผสมโลหะ ส่วนสีแดงช่วยแบ่งหัวข้อหรือเน้นคำ ช่างคัดต้องรักษาระยะ ตัวอักษร และตำแหน่งแผนภาพตลอดหลายร้อยหน้า ความผิดหนึ่งบรรทัดอาจทำให้เนื้อหาข้ามหรือซ้ำ จึงมีเครื่องหมายแก้ คำบอกหน้า และการเทียบกับต้นฉบับแม่หลังเขียนเสร็จ

เมื่อคัดครบ ช่างเรียงยก เย็บเข้าด้วยกัน ติดปก และอาจทำซองหรือกล่อง หนังสือใช้งานหนักต้องเปิดได้โดยสันไม่แตก ตำราซึ่งเดินทางกับนักเรียนต้องมีขนาดพกพา ส่วนฉบับอุทิศแก่หอหนังสืออาจใช้กระดาษและลายมือประณีตกว่า นักวิชาการด้านรูปเล่มใช้ร่องรอยเหล่านี้เพื่อแยกผู้ผลิต การซ่อม และชีวิตของหนังสือหลังออกจากร้าน

04

วัรรอกเป็นทั้งผู้คัดและคนกลางหนังสือ

คำว่า วัรรอก ใช้เรียกคนทำงานกับกระดาษและหนังสือ ขอบเขตอาชีพเปลี่ยนตามบุคคลกับยุค บางคนรับคัดตามคำสั่ง บางคนขายวัสดุหรือหนังสือสำเร็จ บางคนอ่านต้นฉบับ ตรวจคำผิด และจัดฉบับให้ผู้แต่ง งานศึกษาของยูกาโกะ โกโตะพบว่าในคริสต์ศตวรรษที่ 9 ชื่อนี้ปรากฏเป็นคำบอกอาชีพของคนจำนวนมาก แสดงว่าการผลิตหนังสือได้แยกเป็นตลาดชัดเจนแล้ว

ผู้แต่งอาจอ่านผลงานให้ศิษย์หรือวัรรอกเขียน จากนั้นสำเนาถูกตรวจและส่งให้ลูกค้า ผู้คัดที่มีชื่อเสียงสร้างมูลค่าจากความถูกต้องกับลายมือ ผู้ซื้อถามได้ว่าหนังสืออ้างจากฉบับใด ใครตรวจ และขาดตอนหรือไม่ ร้านจึงเป็นพื้นที่ประเมินหลักฐาน ไม่ใช่เพียงจุดแลกสินค้า ความเชื่อถือของคนทำหนังสือทำหน้าที่ใกล้กับตรารับรองคุณภาพในตลาดซึ่งยังไม่มีฉบับพิมพ์มาตรฐาน

วัรรอกหลายคนเป็นนักอ่านและนักวิชาการด้วย การคัดซ้ำทำให้รู้ข้อความลึก สามารถแนะนำชื่อใกล้เคียง หาเจ้าของสำเนาหายาก หรือจับข้อแตกต่างระหว่างฉบับ อาชีพนี้เปิดทางให้คนซึ่งไม่ได้อยู่ในราชสำนักมีบทบาทต่อการหมุนเวียนความรู้ ขณะเดียวกันรายได้ขึ้นกับกำลังซื้อและเครือข่ายลูกค้า ชีวิตทางปัญญาจึงผูกกับเศรษฐกิจเมืองอย่างแยกไม่ออก

05

ตลาดเชื่อมผู้เรียน ผู้แต่ง และหอหนังสือ

แบกแดดมีตลาดแยกตามสินค้ากับอาชีพ ร้านกระดาษและหนังสือมักอยู่ใกล้พื้นที่ซึ่งผู้เรียน เจ้าหน้าที่ และนักวิชาการเดินถึงได้ แหล่งประวัติศาสตร์กล่าวถึงย่านของวัรรอก แต่ตำแหน่งกับจำนวนร้านเปลี่ยนตามการขยายเมือง น้ำท่วม และสงคราม จึงไม่ควรนำถนนอัลมุตะนับบีสมัยใหม่ไปวางทับตลาดอับบาซียะฮ์ตรงๆ ชื่อถนนปัจจุบันเกิดในคริสต์ศตวรรษที่ 20

ลูกค้ามีตั้งแต่นักเรียนซึ่งรวมเงินซื้อหนังสือหนึ่งเล่ม ไปจนถึงเสนาบดีที่สร้างคลังส่วนตัว บางคนว่าจ้างสำเนาใหม่ บางคนซื้อเล่มใช้แล้วหรือขอยืมมาคัด การเช่ากับการอ่านในร้านช่วยให้เข้าถึงข้อความโดยไม่ต้องถือครองทุกเล่ม ผู้เรียนยังคัดเฉพาะส่วนที่ครูสอน ทำให้หนังสือหนึ่งชุดแตกเป็นสมุดย่อ คำอธิบาย และรวมบทตามความต้องการ

หอหนังสือของราชสำนัก มัสยิด โรงพยาบาล และบุคคลเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ การมอบหนังสือเป็นวะกัฟหรือทรัพย์อุทิศทำให้เล่มหนึ่งเปิดใช้ต่อเนื่องภายใต้กติกาของผู้ให้ ผู้ดูแลต้องทำบัญชี เก็บ ซ่อม และติดตามการยืม ตลาดกับหอหนังสือจึงพึ่งกัน ร้านเพิ่มสำเนาและตามหาชื่อ ส่วนคลังสร้างอุปสงค์ระยะยาวและรักษาหนังสือซึ่งอาจขายไม่บ่อย

06

กระดาษเพิ่มจำนวนได้แต่หนังสือยังใช้แรงงานสูง

การผลิตกระดาษจำนวนมากลดข้อจำกัดจากหนังสัตว์และทำให้แผ่นมีหลายระดับราคา แต่ต้นทุนหนังสือยังรวมเวลาของผู้คัด หากตำรามีตาราง ตัวเลข หรือคำเฉพาะ ผู้คัดทั่วไปอาจทำผิดจนใช้งานไม่ได้ เจ้าของจึงยอมจ่ายให้ผู้เชี่ยวชาญหรือให้คนอีกคนตรวจ งานหนึ่งเล่มอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนตามขนาด ลายมือ และจำนวนสำเนาซึ่งต้องเทียบ

ความเร็วกับความงามไม่ใช่เกณฑ์เดียว ลายมืออ่านง่ายช่วยผู้เรียน แต่สำเนาสำหรับใช้ส่วนตัวอาจเขียนย่อและเต็มด้วยหมายเหตุ ตำราหรูใช้สี ทอง และกระดาษคัดพิเศษเพื่อแสดงฐานะ ขณะที่สำเนางานใช้เน้นความทนกับความครบ โลกหนังสืออับบาซียะฮ์จึงมีทั้งของประณีตและเครื่องมือทำงาน การเรียกต้นฉบับทุกเล่มว่า “ศิลปวัตถุ” จะบดบังเล่มธรรมดาซึ่งขับเคลื่อนการเรียนจริง

ข้อผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของระบบ ผู้คัดอาจข้ามจากคำซ้ำหนึ่งไปอีกคำ แก้คำที่ตนคิดว่าผิด หรือรวมคำอธิบายขอบหน้าเข้ากับเนื้อหา เจ้าของจึงเขียนบันทึกการเทียบและชื่อฉบับแม่ไว้ท้ายเล่ม เมื่อหนังสือเดินทาง การแก้จากหลายยุคสะสมบนหน้าเดียว รอยเหล่านี้ทำให้ผู้ศึกษาปัจจุบันเห็นเครือข่ายคนอ่านแทนที่จะมองต้นฉบับเป็นภาชนะเงียบๆ

07

บัญชีหนังสือของคนในตลาด

อิบนุ อันนะดีมมีชีวิตในแบกแดดคริสต์ศตวรรษที่ 10 และทำงานเกี่ยวข้องกับอาชีพวัรรอก ผลงานอัลฟิฮ์ริสต์ซึ่งเรียบเรียงราว ค.ศ. 987 ไม่ใช่บัญชีชั้นวางร้านเดียว แต่เป็นแผนที่ความรู้ที่เขาเห็นจากหนังสือ ผู้ขาย นักสะสม และคำบอกเล่า เขาจัดผู้แต่งกับผลงานตามสาขา ตั้งแต่คัมภีร์ ภาษา บทกวี กฎหมาย และประวัติศาสตร์ ไปจนถึงปรัชญา วิทยาศาสตร์ เวทมนตร์ และความเชื่อหลายกลุ่ม

ผู้รวบรวมมักบอกขนาด จำนวนหน้า ลายมือ หรือเจ้าของสำเนา ข้อมูลเช่นนี้มีประโยชน์ทางการค้า เพราะช่วยแยกเล่มเต็มจากฉบับย่อและลดโอกาสที่ผู้คัดจะขายงานขาด แต่ในเวลาเดียวกันมันรักษาชื่อหนังสือซึ่งภายหลังสูญหาย อัลฟิฮ์ริสต์จึงเกิดจากทักษะของคนตลาดและกลายเป็นแหล่งหลักของประวัติศาสตร์วรรณกรรมกับวิทยาศาสตร์

บัญชีเผยโลกที่ผู้เขียนหลายศาสนาและหลายภาษาอยู่ร่วมในตลาดอาหรับ อิบนุ อันนะดีมบันทึกนักแปลคริสต์ นักคิดกรีก ผู้รู้เปอร์เซีย นักคณิตศาสตร์อินเดีย และผู้เขียนมุสลิมโดยจัดตามผลงานและสายการถ่ายทอด ขอบเขตของหนังสือที่รู้จักจึงกว้างกว่าหลักสูตรสถาบันเดียว ความสามารถรวบรวมรายการระดับนี้เกิดได้เพราะแบกแดดมีคนขาย สำเนา และเครือข่ายถามข้อมูลหนาแน่น

08

หน้ากระดาษรองรับทั้งถ้อยคำและการคำนวณ

ตำราศาสนาใช้กระดาษช้ากว่างานธุรการและวิชาการบางประเภท เพราะหนังสัตว์ยังมีสถานะ ความทน และขนบของตน พิพิธภัณฑ์เมโทรโพลิแทนอธิบายว่ากระดาษผลิตในดินแดนอิสลามตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 8 แต่หลักฐานการใช้กับอัลกุรอานเด่นขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 10 การเปลี่ยนวัสดุจึงไม่พร้อมกันทุกสาขาและไม่ได้เกิดจากราคาล้วนๆ

กระดาษเหมาะกับตาราง ตัวเลข แผนผัง และการแก้ระหว่างคำนวณ นักดาราศาสตร์ทำตารางดาว แพทย์จัดตำรับยา นักบัญชีบันทึกรายรับรายจ่าย และนักภาษารวบรวมคำจำนวนมาก เมื่อข้อมูลเพิ่ม รูปแบบหนังสือก็เปลี่ยน ผู้เขียนสร้างดัชนี หัวข้อ และเครื่องหมายค้นเพื่อให้ผู้อ่านกลับมาใช้ซ้ำ วัสดุที่เพิ่มจำนวนได้จึงส่งผลต่อการจัดระเบียบความคิดพอๆ กับจำนวนเล่ม

ราชการใช้กระดาษกับหนังสือทะเบียนและจดหมายซึ่งต้องหมุนเวียนระหว่างเมือง การใช้ในรัฐช่วยสร้างช่าง เส้นทางวัตถุดิบ และมาตรฐานขนาดที่ตลาดหนังสือได้ประโยชน์กลับกัน เสมียนราชการอาจทำงานหนังสือนอกเวลา ส่วนพ่อค้ากระดาษขายให้ทั้งสำนักงานกับนักเรียน การแบ่งระหว่างเอกสาร “ทางปฏิบัติ” และหนังสือ “ทางปัญญา” จึงไม่ตรงกับชีวิตของแรงงานและวัสดุในเมือง

09

มรดกของเมืองต้นฉบับ

กระดาษกับตลาดวัรรอกช่วยให้ผลงานหนึ่งชุดแตกเป็นสำเนาหลายสาย แต่ไม่มีฉบับใดเหมือนกันทุกตัวอักษร ความรู้จึงแพร่ผ่านการคัดซึ่งเพิ่มทั้งโอกาสรอดและโอกาสผิด เมื่อเมืองหนึ่งเสียหาย สำเนาที่เดินทางไปอีกเมืองอาจรักษาข้อความไว้ เครือข่ายกว้างจึงสำคัญกว่าคลังกลางเพียงแห่งเดียว หนังสือจากแบกแดดเข้าสู่ไคโร ดามัสกัส อิหร่าน เอเชียกลาง อันดะลุส และต่อไปยังผู้แปลภาษาอื่น

การผลิตด้วยมือยังจำกัดความเร็ว ไม่เกิดการพิมพ์สำเนาเหมือนกันนับพันเล่มในคราวเดียว ผู้อ่านส่วนใหญ่เข้าถึงหนังสือผ่านครู มัสยิด ร้าน หรือเจ้าของคลัง มากกว่ามีห้องสมุดส่วนตัวขนาดใหญ่ ถึงกระนั้นการทำกระดาษและอาชีพหนังสือก็ขยายขนาดของสังคมลายลักษณ์อย่างชัดเจน มันทำให้การอธิบาย วิจารณ์ และรวบรวมความรู้เกิดต่อเนื่องในหลายระดับราคา

เมื่อมองจากหน้ากระดาษ อารยธรรมวิชาการของแบกแดดปรากฏเป็นงานร่วมของคนซึ่งชื่อมักไม่อยู่ในประวัติศาสตร์ ผู้คัดนิรนามแก้บรรทัด ช่างเย็บรักษายกไม่ให้หลุด คนขายพาผู้ซื้อไปพบสำเนา และผู้ดูแลคลังซ่อมเล่มที่ชำรุด ความคิดของนักปราชญ์เดินทางได้เพราะแรงงานเหล่านี้ ตลาดหนังสือจึงเป็นสถาบันทางความรู้ของเมือง แม้ไม่มีประตูใหญ่หรือชื่อผู้ก่อตั้งอยู่บนอาคาร

ลำดับเหตุการณ์

เส้นเวลาและการเปลี่ยนแปลง

  1. กระดาษเคลื่อนผ่านเอเชียกลาง

    ความรู้การทำแผ่นจากเส้นใยเดินทางจากจีนสู่เมืองตามเส้นทางการค้า โดยไม่จำกัดอยู่ที่เหตุการณ์เดียว

  2. เรื่องศึกฏอลัสถูกผูกกับการถ่ายทอดกระดาษ

    คำเล่าที่แพร่หลายเชื่อมเชลยช่างจีนกับซามาร์กันด์ แต่งานปัจจุบันระวังการใช้เป็นจุดเริ่มที่พิสูจน์แล้ว

  3. แบกแดดเริ่มเป็นเมืองหลวง

    การขยายราชการ ตลาด และวงเรียนสร้างอุปสงค์ต่อเอกสารกับหนังสือจำนวนมาก

  4. กระดาษตั้งหลักในอิรัก

    วัสดุใหม่เริ่มรองรับงานเขียนหลายชนิด แม้ปีและตำแหน่งโรงผลิตแห่งแรกยังไม่แน่นอน

  5. อาชีพวัรรอกปรากฏแพร่หลาย

    ผู้คัด ผู้ขาย และคนกลางหนังสือกลายเป็นกลุ่มอาชีพชัดเจนในสังคมเมือง

  6. ตลาดหนังสือขยายตามงานแปลและวงเรียน

    ตำราแพทย์ คณิตศาสตร์ ภาษา กฎหมาย และวรรณกรรมสร้างลูกค้าหลายกลุ่ม

  7. อิบนุ อันนะดีมรวบรวมอัลฟิฮ์ริสต์

    บัญชีหนังสือของคนในโลกการค้ารักษาชื่อผู้แต่ง ผลงาน และรายละเอียดสำเนาจำนวนมาก

  8. กระดาษใช้กับต้นฉบับศาสนากว้างขึ้น

    อัลกุรอานบนกระดาษแสดงว่าวัสดุใหม่เข้าสู่งานซึ่งเคยให้ความสำคัญกับหนังสัตว์มากกว่า

หลักฐานและแหล่งอ่านต่อ